English-Video.net comment policy

The comment field is common to all languages

Let's write in your language and use "Google Translate" together

Please refer to informative community guidelines on TED.com

TEDxCaltech

Sean Carroll: Distant time and the hint of a multiverse

ชอน คาร์โรลล์ (Sean Carroll): อดีตกาลแห่งกาลเวลาสู่การค้นหา "พหุภพ"

Filmed
Views 1,570,618

ณ งาน TEDxCaltech ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย ชอน คาร์โรลล์ (Sean Carroll) นักจักรวาลวิทยา ได้ออกมาถกประเด็นคำถามธรรมดาๆที่ไม่ธรรมดาได้อย่างสนุกสนานพร้อมกระตุ้นความคิดผ่านการท่องไปในธรรมชาติของกาลเวลาและเอกภพ คำถามนั้นมีอยู่ว่า ทำไมจึงจะต้องมี 'กาลเวลา' ขึ้นมาด้วย สิ่งที่อาจจะเป็นคำตอบให้กับคำถามนี้ได้นั้นเป็นมุมมองอันแปลกใหม่เกี่ยวกับธรรมชาติของเอกภพและพื้นที่แห่งความเป็นเราในนั้น

- Physicist, cosmologist
A physicist, cosmologist and gifted science communicator, Sean Carroll is asking himself -- and asking us to consider -- questions that get at the fundamental nature of the universe. Full bio

The universeจักรวาล
เอกภพ
00:15
is really bigใหญ่.
เป็นอะไรที่กว้างใหญ่ไพศาลจริงๆครับ
00:17
We liveมีชีวิต in a galaxyกาแล็กซี, the Milkyซีด Way Galaxyนภสินธุ์.
เราอยู่ในดาราจักรที่ชื่อว่า ทางช้างเผือก
00:19
There are about a hundredร้อย billionพันล้าน starsดาว in the Milkyซีด Way Galaxyนภสินธุ์.
มีดวงดาวนับแสนล้านดวงอยู่ในทางช้างเผือก
00:22
And if you take a cameraกล้อง
และถ้าคุณเอากล้องถ่ายรูป
00:25
and you pointจุด it at a randomสุ่ม partส่วนหนึ่ง of the skyท้องฟ้า,
เล็งไปตรงไหนของท้องฟ้าก็ได้
00:27
and you just keep the shutterบานประตูหน้าต่าง openเปิด,
แล้วปล่อยช่องรับแสงของกล้องเปิดรับแสงไว้อย่างนั้น
00:29
as long as your cameraกล้อง is attachedแนบมาด้วย to the Hubbleฮับเบิล Spaceช่องว่าง Telescopeกล้องโทรทรรศน์,
ตราบใดที่กล้องของคุณเชื่อมติดอยู่กับกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble) ด้วยละก็
00:31
it will see something like this.
กล้องก็จะจับภาพได้เป็นแบบนี้ครับ
00:34
Everyทุกๆ one of these little blobsblobs
ก้อนกลมๆเบลอๆเล็กๆพวกนี้ แต่ละอัน
00:36
is a galaxyกาแล็กซี roughlyลวก the sizeขนาด of our Milkyซีด Way --
คือดาราจักรที่ใหญ่พอๆกับทางช้างเผือกของเรานะครับนี่
00:39
a hundredร้อย billionพันล้าน starsดาว in eachแต่ละ of those blobsblobs.
แต่ละดาราจักร มีดาวเป็นแสนล้านดวงเหมือนกัน
00:41
There are approximatelyประมาณ a hundredร้อย billionพันล้าน galaxiesกาแลคซี
แล้วก็มีกันร่วมแสนล้านดาราจักร
00:44
in the observableน่าติดตาม universeจักรวาล.
ที่ค้นพบได้ในเอกภพนี้ครับ
00:47
100 billionพันล้าน is the only numberจำนวน you need to know.
เอาเป็นว่า รู้แค่เลขแสนล้านตัวเดียว แค่นั้นก็เกินพอครับ
00:49
The ageอายุ of the universeจักรวาล, betweenระหว่าง now and the Bigใหญ่ Bangปัง,
อายุของเอกภพ ถ้านับตั้งแต่ปรากฎการณ์บิ๊กแบง มาจนถึงตอนนี้
00:51
is a hundredร้อย billionพันล้าน in dogหมา yearsปี.
ก็แสนล้านปี ในหน่วยปีแบบหมานะครับ (หนึ่งปีของคน = หลายปีของหมา)
00:54
(Laughterเสียงหัวเราะ)
(เสียงหัวเราะ)
00:56
Whichที่ tellsบอก you something about our placeสถานที่ in the universeจักรวาล.
ซึ่งมันก็บอกอะไรบางอย่าง ถึงที่ของเราในเอกภพแห่งนี้
00:58
One thing you can do with a pictureภาพ like this is simplyง่ายดาย admireชม it.
รูปถ่ายแบบนี้ เราสามารถเอาไปใช้ง่ายๆได้อย่างหนึ่งครับ ก็คือเอาไว้ชื่มชม
01:01
It's extremelyอย่างมาก beautifulสวย.
ช่างสวยงามตระการตาเหลือเกิน
01:03
I've oftenบ่อยครั้ง wonderedสงสัย, what is the evolutionaryวิวัฒนาการ pressureความดัน
ผมสงสัยอยู่บ่อยๆครับว่า อะไรนะที่เป็นแรงผลักทางวิวัฒนาการ
01:05
that madeทำ our ancestorsบรรพบุรุษ in the Veldtทุ่งหญ้า adaptปรับ and evolveคาย
ที่ก่อให้เกิดบรรพบุรุษของพวกเราขึ้นมาในทุ่งหญ้าเวลด์ท์(Veldt ในทวีปอัฟริกา)แล้ววิวัฒนาการ
01:08
to really enjoyสนุก picturesภาพ of galaxiesกาแลคซี
จนได้มาเพลิศเพลินอยู่กับรูปถ่ายกลุ่มดาราจักรพวกนี้
01:11
when they didn't have any.
ในเมื่อตอนนั้นพวกเขาไม่มีรูปแบบนี้สักกะรูป
01:13
But we would alsoด้วย like to understandเข้าใจ it.
พวกเราเองก็เถอะ เราก็อยากจะเข้าใจเรื่องของเอกภพ
01:15
As a cosmologistรอบรู้ในเรื่องจักรวาล, I want to askถาม, why is the universeจักรวาล like this?
ในฐานะนักจักรวาลวิทยา ผมก็อยากจะรู้ว่าทำไมเอกภพจึงออกมาเป็นแบบนี้
01:17
One bigใหญ่ clueเงื่อนงำ we have is that the universeจักรวาล is changingเปลี่ยนแปลง with time.
เบาะแสสำคัญที่จะทำให้เราได้คำตอบก็คือ เอกภพนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
01:21
If you lookedมอง at one of these galaxiesกาแลคซี and measuredวัด its velocityความเร็ว,
ถ้าคุณดูที่ดาราจักรพวกนี้สักอันนึง แล้ววัดความเร็ว
01:24
it would be movingการเคลื่อนย้าย away from you.
มันก็จะเคลื่อนที่ห่างออกจากคุณไปเรื่อยๆ
01:27
And if you look at a galaxyกาแล็กซี even fartherไกลออกไป away,
แล้วถ้าคุณดูที่ดาราจักรอันที่อยู่ไกลออกไปอีก
01:29
it would be movingการเคลื่อนย้าย away fasterได้เร็วขึ้น.
มันก็ยิ่งจะเคลื่อนที่ห่างออกไปเร็วเข้าไปอีก
01:31
So we say the universeจักรวาล is expandingที่ขยาย.
นั่นก็แปลว่า เอกภพมีการขยายตัวครับ
01:33
What that meansวิธี, of courseหลักสูตร, is that, in the pastอดีต,
หมายความว่าอย่างนี้ครับ ในอดีตกาล
01:35
things were closerใกล้ชิด togetherด้วยกัน.
ทุกอย่างอยู่ใกล้ๆรวมกันหมด
01:37
In the pastอดีต, the universeจักรวาล was more denseหนาแน่น,
ในอดีต เอกภพอัดตัวแน่นกว่าตอนนี้ครับ
01:39
and it was alsoด้วย hotterร้อน.
แล้วก็ร้อนกว่าด้วย
01:41
If you squeezeบีบ things togetherด้วยกัน, the temperatureอุณหภูมิ goesไป up.
ถ้าอัดอะไรเข้าด้วยกันแน่นๆ อุณหภูมิก็จะสูงขึ้นครับ
01:43
That kindชนิด of makesยี่ห้อ senseความรู้สึก to us.
ซึ่งก็ดูสมเหตุสมผลดี
01:45
The thing that doesn't make senseความรู้สึก to us as much
แต่ว่ามีอยู่อย่างที่ดูจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่เลย
01:47
is that the universeจักรวาล, at earlyตอนต้น timesครั้ง, nearใกล้ the Bigใหญ่ Bangปัง,
ก็คือว่า เอกภพสมัยก่อนนู้น หลังจากที่เกิดบิ๊กแบงไม่เท่าไหร่
01:49
was alsoด้วย very, very smoothเรียบ.
มันราบเรียบเสมอกันไปหมดหน่ะสิครับ
01:52
You mightอาจ think that that's not a surpriseแปลกใจ.
คุณอาจจะไม่รู้สึกแปลกใจอะไร
01:54
The airอากาศ in this roomห้อง is very smoothเรียบ.
ก็อย่างอากาศในห้องนี้ ก็ราบเรียบสม่ำเสมอ
01:56
You mightอาจ say, "Well, maybe things just smoothedเรียบ themselvesตัวเอง out."
คุณอาจจะบอกว่า "ก็มันก็คงเรียบอย่างนั้นของมัน"
01:58
But the conditionsเงื่อนไข nearใกล้ the Bigใหญ่ Bangปัง are very, very differentต่าง
แต่ว่าสภาพใกล้ๆบิ๊กแบงมันต่างไปจาก
02:01
than the conditionsเงื่อนไข of the airอากาศ in this roomห้อง.
สภาพอากาศในห้องนี้เยอะมากนะครับ
02:04
In particularโดยเฉพาะ, things were a lot denserหนาแน่น.
ส่วนหนึ่งก็คือทุกอย่างอัดตัวแน่นกว่ามาก
02:06
The gravitationalแรงโน้มถ่วง pullดึง of things
แรงดึงดูดที่ดึงทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน
02:08
was a lot strongerแข็งแกร่ง nearใกล้ the Bigใหญ่ Bangปัง.
นั้นแรงกว่ามาก ในช่วงที่ใกล้ปรากฎการณ์บิ๊กแบง
02:10
What you have to think about
ก็ลองคิดดูว่า
02:12
is we have a universeจักรวาล with a hundredร้อย billionพันล้าน galaxiesกาแลคซี,
เรามีเอกภพที่มีถึงแสนล้านดาราจักร
02:14
a hundredร้อย billionพันล้าน starsดาว eachแต่ละ.
แต่ละดาราจักร ก็มีดาวอีกแสนล้านดวง
02:16
At earlyตอนต้น timesครั้ง, those hundredร้อย billionพันล้าน galaxiesกาแลคซี
ในตอนนั้น ดาราจักรทั้งแสนล้านอัน
02:18
were squeezedบีบ into a regionภูมิภาค about this bigใหญ่ --
ถูกบีบให้มีขนาดเท่าเนี่ย
02:21
literallyอย่างแท้จริง -- at earlyตอนต้น timesครั้ง.
เท่านี้จริงๆครับ ตอนช่วงนั้น
02:24
And you have to imagineจินตนาการ doing that squeezingแรงดัน
แล้วคุณก็ต้องคิดดูด้วยนะ ว่าการบีบอัด
02:26
withoutไม่มี any imperfectionsความไม่สมบูรณ์,
ที่ไร้ที่ติ
02:28
withoutไม่มี any little spotsจุด
ไม่มีแม้กระทั่งจุดเล็กจิ๋ว
02:30
where there were a fewน้อย more atomsอะตอม than somewhereที่ไหนสักแห่ง elseอื่น.
ที่มีอะตอมมากกว่าจุดอื่นสักแค่สองสามอะตอม ก็ไม่มี
02:32
Because if there had been, they would have collapsedทรุดตัวลง underภายใต้ the gravitationalแรงโน้มถ่วง pullดึง
เราถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ดาราจักรก็คงพังทลาย ด้วยผลจากแรงดึงดูด
02:34
into a hugeใหญ่ blackสีดำ holeรู.
แล้วกลายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่
02:37
Keepingการเก็บรักษา the universeจักรวาล very, very smoothเรียบ at earlyตอนต้น timesครั้ง
การที่จะทำให้เอกภพเรียบเสมอกันในช่วงเริ่มแรกนั้น
02:39
is not easyง่าย; it's a delicateละเอียดอ่อน arrangementการจัดการ.
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และเป็นการจัดการที่ละเอียดอ่อนมาก
02:42
It's a clueเงื่อนงำ
ซึ่งก็บอกเราเป็นนัย
02:44
that the earlyตอนต้น universeจักรวาล is not chosenได้รับการแต่งตั้ง randomlyสุ่ม.
ว่าเอกภพในยุคแรกไม่ได้ถูกเลือกมาแบบสุ่มๆ
02:46
There is something that madeทำ it that way.
แต่มีอะไรบางอย่างทำให้มันเป็นแบบนี้
02:48
We would like to know what.
แล้วทีนี้เราก็อยากรู้ว่า อะไรบางอย่างที่ว่า คืออะไรหล่ะ
02:50
So partส่วนหนึ่ง of our understandingความเข้าใจ of this was givenรับ to us by Ludwigลุดวิก BoltzmannBoltzmann,
ความเข้าใจแนวคิดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากลุดหวิก โบล์ท์สมัน (Ludwid Boltzmann)
02:52
an Austrianชาวออสเตรีย physicistนักฟิสิกส์ in the 19thTH centuryศตวรรษ.
นักฟิสิกส์ชาวออสเตรียที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 19 ครับ
02:55
And Boltzmann'sของ Boltzmann contributionการสนับสนุน was that he helpedช่วย us understandเข้าใจ entropyเอนโทรปี.
โบล์ท์สมันมีส่วนทำให้เราเข้าใจเอ็นโทรปี
02:58
You've heardได้ยิน of entropyเอนโทรปี.
คุณคงเคยได้ยินคำว่า 'เอ็นโทรปี' มาบ้างแล้ว
03:01
It's the randomnessสุ่ม, the disorderความไม่เป็นระเบียบ, the chaoticnesschaoticness of some systemsระบบ.
มันก็คือ ความไม่มีแบบแผน ความไร้ระเบียบ ความยุ่งเหยิงของระบบ
03:03
BoltzmannBoltzmann gaveให้ us a formulaสูตร --
โบล์ท์สมันให้สมการกับเราครับ
03:06
engravedแกะสลัก on his tombstoneหลุมฝังศพ now --
ซึ่งในปัจจุบัน สลักไว้ที่หินเหนือหลุมฝังศพเขาด้วย
03:08
that really quantifiesประเมิน what entropyเอนโทรปี is.
สมการนี้ช่วยให้เราวัดปริมาณเอ็นโทรปีได้จริง
03:10
And it's basicallyเป็นพื้น just sayingคำพูด
สมการนี้บอกไว้ง่ายๆ ว่าอย่างนี้
03:12
that entropyเอนโทรปี is the numberจำนวน of waysวิธี
เอ็นโทรปี คือ จำนวนวิธี
03:14
we can rearrangeจัดใหม่ the constituentsเป็นคนละเรื่อง of a systemระบบ so that you don't noticeแจ้งให้ทราบ,
ที่เราสามารถใช้ในการจัดเรียงองค์ประกอบของระบบได้โดยที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
03:16
so that macroscopicallymacroscopically it looksรูปลักษณ์ the sameเหมือนกัน.
ดังนั้นในระดับองค์รวมขนาดใหญ่ มันก็ดูเหมือนเดิม
03:19
If you have the airอากาศ in this roomห้อง,
ถ้าเรามีอากาศอยู่ในห้องนี้
03:21
you don't noticeแจ้งให้ทราบ eachแต่ละ individualรายบุคคล atomอะตอม.
คุณก็จะไม่สังเกต อะตอมทุกๆอะตอม
03:23
A lowต่ำ entropyเอนโทรปี configurationองค์ประกอบ
การจัดเรียงที่มีเอ็นโทรปีต่ำ
03:26
is one in whichที่ there's only a fewน้อย arrangementsการเตรียมการ that look that way.
คือมันมีวิธีจัดเรียงแค่ไม่กี่วิธีที่ภาพในองค์รวมยังจะดูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
03:28
A highสูง entropyเอนโทรปี arrangementการจัดการ
การจัดเรียงที่มีเอ็นโทรปีสูง
03:30
is one that there are manyจำนวนมาก arrangementsการเตรียมการ that look that way.
ก็การที่มีวิธีจัดเรียงมากมายหลายหลากที่ยังไงๆภาพในองค์รวมก็จะไม่เปลี่ยน
03:32
This is a cruciallyขับเคลื่อน importantสำคัญ insightข้อมูลเชิงลึก
นี่ถือเป็นความเข้าใจที่เฉียบแหลมลึกซึ้งซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเลยนะครับ
03:34
because it helpsจะช่วยให้ us explainอธิบาย
เพราะทำให้เราสามารถอธิบาย
03:36
the secondที่สอง lawกฎหมาย of thermodynamicsอุณหพลศาสตร์ --
กฏข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์ได้ (thermodynamics)
03:38
the lawกฎหมาย that saysกล่าวว่า that entropyเอนโทรปี increasesเพิ่มขึ้น in the universeจักรวาล,
กฏที่ว่านี้ บอกว่า เอ็นโทรปีจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในเอกภพนี้
03:40
or in some isolatedเปลี่ยว bitบิต of the universeจักรวาล.
หรือแม้แต่ส่วนเล็กย่อยของเอกภพด้วย
03:43
The reasonเหตุผล why entropyเอนโทรปี increasesเพิ่มขึ้น
สาเหตุว่าทำไมเอ็นโทรปีถึงเพิ่มขึ้น
03:45
is simplyง่ายดาย because there are manyจำนวนมาก more waysวิธี
ง่ายๆ ก็คือ เพราะว่าจะมีหลากหลายวิธีกว่า
03:47
to be highสูง entropyเอนโทรปี than to be lowต่ำ entropyเอนโทรปี.
ที่จะอยู่ในสถานะเอ็นโทรปีสูง มากกว่าที่จะไปเป็นเอ็นโทรปีต่ำ
03:50
That's a wonderfulยอดเยี่ยม insightข้อมูลเชิงลึก,
นี่เป็นแง่มุมที่ยอดเยี่ยมเฉียบแหลมมากครับ
03:52
but it leavesใบไม้ something out.
แต่ว่ามันก็ยังทิ้งช่องโหว่ไว้
03:54
This insightข้อมูลเชิงลึก that entropyเอนโทรปี increasesเพิ่มขึ้น, by the way,
เอ้อ เรื่องเบื้องลึกเบื้องหลังที่ว่าเอ็นโทรปีจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
03:56
is what's behindหลัง what we call the arrowลูกศร of time,
เป็นที่มาที่ไปของสิ่งที่พวกเราเรียกว่า "ลูกศรแห่งกาลเวลา" นะครับ
03:58
the differenceข้อแตกต่าง betweenระหว่าง the pastอดีต and the futureอนาคต.
คือความแตกต่างระหว่างเวลาแห่งอดีตกับเวลาแห่งอนาคต
04:01
Everyทุกๆ differenceข้อแตกต่าง that there is
ทุกๆความต่างที่มีอยู่
04:03
betweenระหว่าง the pastอดีต and the futureอนาคต
ระหว่าง เวลาหนึ่งที่เราเรียกว่า 'อดีต' กับ อีกเวลาหนึ่งที่เราเรียกว่า 'อนาคต'
04:05
is because entropyเอนโทรปี is increasingที่เพิ่มขึ้น --
มันมีได้ก็เพราะว่าเอ็นโทรปีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนี่แหละครับ
04:07
the factความจริง that you can rememberจำ the pastอดีต, but not the futureอนาคต.
ความเป็นจริงที่ว่า คุณสามารถจำอดีตได้ แต่จำอนาคตไม่ได้
04:09
The factความจริง that you are bornโดยกำเนิด, and then you liveมีชีวิต, and then you dieตาย,
ความเป็นจริงที่ว่า คุณเกิด คุณใช้ชีวิต แล้วคุณถึงจะค่อยตาย
04:12
always in that orderใบสั่ง,
เป็นไปตามลำดับแบบนี้เสมอ
04:15
that's because entropyเอนโทรปี is increasingที่เพิ่มขึ้น.
นั่นก็เพราะว่า เอ็นโทรปีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ
04:17
BoltzmannBoltzmann explainedอธิบาย that if you startเริ่มต้น with lowต่ำ entropyเอนโทรปี,
โบล์ท์สมันอธิบายไว้ว่าถ้าคุณเริ่มจากสภาพที่เอ็นโทรปีต่ำ
04:19
it's very naturalโดยธรรมชาติ for it to increaseเพิ่ม
มันเป็นไปตามธรรมชาติเลยครับว่า เอ็นโทรปีจะต้องเพิ่มขึ้น
04:21
because there's more waysวิธี to be highสูง entropyเอนโทรปี.
เพราะว่ามันมีวิธีที่จะเป็นอยู่ในสภาพที่มีเอ็นโทรปีสูง มากมายกว่านั่นเอง
04:23
What he didn't explainอธิบาย
แต่สิ่งที่เขาไม่ได้อธิบาย
04:26
was why the entropyเอนโทรปี was ever lowต่ำ in the first placeสถานที่.
ก็คือว่า ทำไมเอ็นโทรปีจึงต่ำมาตั้งแต่แรก
04:28
The factความจริง that the entropyเอนโทรปี of the universeจักรวาล was lowต่ำ
ความเป็นจริงที่ว่า เอ็นโทรปีของเอกภพมีค่าต่ำ
04:31
was a reflectionการสะท้อน of the factความจริง
เป็นสิ่งที่สะท้อนความจริง
04:33
that the earlyตอนต้น universeจักรวาล was very, very smoothเรียบ.
ว่า เอกภพในยุคเริ่มต้นในเรียบเสมอกันมากๆ
04:35
We'dพุธ like to understandเข้าใจ that.
เราอยากจะทำความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้
04:37
That's our jobงาน as cosmologistscosmologists.
ก็นั่นเป็นหน้าที่ในฐานะของนักจักรวาลวิทยาครับ
04:39
Unfortunatelyน่าเสียดาย, it's actuallyแท้จริง not a problemปัญหา
แต่โชคร้ายไปหน่อยที่เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ประเด็นปัญหา
04:41
that we'veเราได้ been givingให้ enoughพอ attentionความสนใจ to.
ที่พวกเราให้ความใส่ใจมากพอ
04:43
It's not one of the first things people would say,
ไม่ใช่สิ่งแรกๆที่ใครๆจะพูดถึง
04:45
if you askedถาม a modernทันสมัย cosmologistรอบรู้ในเรื่องจักรวาล,
ถ้าคุณถามนักจักรวาลวิทยาสมัยใหม่ว่า
04:47
"What are the problemsปัญหาที่เกิดขึ้น we're tryingพยายาม to addressที่อยู่?"
"ประเด็นปัญหาอะไรที่เราจะกำลังสนใจอยู่ในขณะนี้"
04:49
One of the people who did understandเข้าใจ that this was a problemปัญหา
บุคคลคนหนึ่งที่เข้าใจว่านี่คือประเด็นปัญหา
04:51
was Richardริชาร์ด Feynmanไฟน์แมน.
คือ ริชาร์ด ฟายน์มัน (Richard Feynman)
04:53
50 yearsปี agoมาแล้ว, he gaveให้ a seriesชุด of a bunchพวง of differentต่าง lecturesการบรรยาย.
ห้าสิบปีก่อน เขาเคยกล่าวบรรยายมากมายหลากหลายหัวข้อ
04:55
He gaveให้ the popularเป็นที่นิยม lecturesการบรรยาย
เขาได้ให้การบรรยายที่เป็นที่นิยม
04:57
that becameกลายเป็น "The Characterตัวละคร of Physicalกายภาพ Lawกฎหมาย."
ซึ่งได้กลายเป็นชุดบรรยาย "คุณลักษณะของกฏฟิิสิกส์ (The Character of Physical Law)"
04:59
He gaveให้ lecturesการบรรยาย to Caltechคาลเทค undergradsนักศึกษาระดับปริญญาตรี
การบรรยายในชั่วโมงสอนระดับปริญญาตรีที่คาลเทค (California Institute of Technology: Caltech)
05:01
that becameกลายเป็น "The Feynmanไฟน์แมน Lecturesบรรยาย on Physicsฟิสิกส์."
ได้กลายเป็นชุดบรรยาย "การบรรยายวิชาฟิสิกส์ของฟายน์มัน (The Feynman Lectures on Physics)"
05:03
He gaveให้ lecturesการบรรยาย to Caltechคาลเทค graduateจบการศึกษา studentsนักเรียน
การบรรยายในชั่วโมงสอนระดับปริญญาโท/เอกที่คาลเทค
05:05
that becameกลายเป็น "The Feynmanไฟน์แมน Lecturesบรรยาย on Gravitationแรงโน้มถ่วง."
ได้กลายเป็นชุดบรรยาย "การบรรยายเรื่อง แรงดึงดูด ของฟายน์มัน (The Feyman Lectures on Gravitation)"
05:07
In everyทุกๆ one of these booksหนังสือ, everyทุกๆ one of these setsชุด of lecturesการบรรยาย,
ในหนังสือของเขาทุกเล่ม ชุดบรรยายของเขาทุกชุด
05:09
he emphasizedเน้น this puzzleปริศนา:
เขาจะเน้นปริศนาข้อนี้:
05:12
Why did the earlyตอนต้น universeจักรวาล have suchอย่างเช่น a smallเล็ก entropyเอนโทรปี?
ทำไมเอกภพในยุคต้นถึงจะต้องมีเอ็นโทรปีต่ำด้วย
05:14
So he saysกล่าวว่า -- I'm not going to do the accentสำเนียง --
เขาพูดว่า -- ผมจะไม่พูดตามสำเนียงเขานะ --
05:17
he saysกล่าวว่า, "For some reasonเหตุผล, the universeจักรวาล, at one time,
เขาพูดว่า "ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ครั้งหนึ่งเอกภพ
05:19
had a very lowต่ำ entropyเอนโทรปี for its energyพลังงาน contentเนื้อหา,
เคยมีเอ็นโทรปีที่ต่ำมากสำหรับส่วนประกอบทางพลังงานของมัน
05:22
and sinceตั้งแต่ then the entropyเอนโทรปี has increasedเพิ่มขึ้น.
และตั้งแต่นั้นมา เอ็นโทรปีก็ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
05:25
The arrowลูกศร of time cannotไม่ได้ be completelyอย่างสมบูรณ์ understoodเข้าใจ
เราไม่มีทางจะเข้าใจ 'ลูกศรแห่งกาลเวลา' ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
05:27
untilจนกระทั่ง the mysteryความลึกลับ of the beginningsจุดเริ่มต้น of the historyประวัติศาสตร์ of the universeจักรวาล
จนกว่าความลี้ลับของจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เอกภพ
05:30
are reducedที่ลดลง still furtherต่อไป
จะถูกลดทอนลงไปเรื่อยๆจนกระทั่ง
05:33
from speculationการเก็งกำไร to understandingความเข้าใจ."
การคาดคะเนได้กลายเป็นความเข้าใจแล้วเท่านั้น"
05:35
So that's our jobงาน.
นั่นแหละคืองานของพวกเรา
05:37
We want to know -- this is 50 yearsปี agoมาแล้ว, "Surelyอย่างแน่นอน," you're thinkingคิด,
เราอยากรู้ -- และนี่มันก็ 50 ปีผ่านมาแล้ว คุณกำลังคิดหล่ะสิว่า "แน่นอนหล่ะ"
05:39
"we'veเราได้ figuredคิด it out by now."
"มาป่านนี้แล้ว พวกเราก็รู้คำตอบแล้วสิ"
05:41
It's not trueจริง that we'veเราได้ figuredคิด it out by now.
ไม่จริงเลยนะครับที่ว่าเราคิดว่ารู้คำตอบแล้วหน่ะ
05:43
The reasonเหตุผล the problemปัญหา has gottenอากาศ worseแย่ลง,
เพราะว่าตอนนี้ ประเด็นปัญหานี้ยิ่งสลับซับซ้อนเข้าไปอีก
05:45
ratherค่อนข้าง than better,
แทนที่ว่าจะง่ายดายขึ้น
05:47
is because in 1998
ก็เพราะว่าในปี ค.ศ. 1998
05:49
we learnedได้เรียนรู้ something crucialสำคัญมาก about the universeจักรวาล that we didn't know before.
เราค้นพบอะไรที่บางอย่างที่สำคัญมากเกี่ยวกับเอกภพ ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนครับ
05:51
We learnedได้เรียนรู้ that it's acceleratingเร่ง.
เราค้นพบว่า มันขยายตัวด้วยอัตราเร่ง ครับ
05:54
The universeจักรวาล is not only expandingที่ขยาย.
เอกภพไม่ได้แค่ขยายตัวเฉยๆเสียแล้ว
05:56
If you look at the galaxyกาแล็กซี, it's movingการเคลื่อนย้าย away.
ถ้าคุณดูที่ดาราจักรแล้วเห็นว่ามันเคลื่อนที่ห่างออกไป
05:58
If you come back a billionพันล้าน yearsปี laterต่อมา and look at it again,
พอผ่านไปพันล้านปี คุณกลับมาดูอีกหน
06:00
it will be movingการเคลื่อนย้าย away fasterได้เร็วขึ้น.
มันจะยิ่งเคลื่อนที่ห่างออกไปเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
06:02
Individualรายบุคคล galaxiesกาแลคซี are speedingการเร่ง away from us fasterได้เร็วขึ้น and fasterได้เร็วขึ้น
ดาราจักรแต่ละอันเคลื่อนที่ห่างออกจากกันเร็วขึ้นๆ
06:05
so we say the universeจักรวาล is acceleratingเร่ง.
งั้น สรุปกันสั้นๆก่อนว่า เอกภพขยายตัวในอัตราเร่ง
06:08
Unlikeแตกต่าง the lowต่ำ entropyเอนโทรปี of the earlyตอนต้น universeจักรวาล,
กรณีนี้จะต่างจากกรณีเอ็นโทรปีต่ำในยุคเริ่มเอกภพตรงที่
06:10
even thoughแม้ we don't know the answerตอบ for this,
ถึงเราจะยังไม่รู้คำตอบ
06:12
we at leastน้อยที่สุด have a good theoryทฤษฎี that can explainอธิบาย it,
แต่อย่างน้อยเราก็มีทฤษฎีที่จะใช้อธิบายได้
06:14
if that theoryทฤษฎี is right,
ถ้าทฤษฎีถูกต้องอะนะครับ
06:16
and that's the theoryทฤษฎี of darkมืด energyพลังงาน.
ทฤษฎีที่ว่าคือ ทฤษฎีพลังงานมืด (dark energy)
06:18
It's just the ideaความคิด that emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง itselfตัวเอง has energyพลังงาน.
ซึ่งก็เป็นแนวคิดว่า พื้นที่ว่างเปล่าในอวกาศจริงๆแล้วมีพลังงานอยู่
06:20
In everyทุกๆ little cubicคิว centimeterเซนติเมตร of spaceช่องว่าง,
ทุกๆลูกบาศก์เซนติเมตรเล็กๆของอวกาศ
06:23
whetherว่า or not there's stuffสิ่ง,
ไม่ว่าจะมีอะไรอยู่หรือไม่ก็ตาม
06:26
whetherว่า or not there's particlesอนุภาค, matterเรื่อง, radiationการแผ่รังสี or whateverอะไรก็ตาม,
ไม่ว่าจะเป็นอนุภาค สสาร รังสี หรืออะไรก็แล้วแต่
06:28
there's still energyพลังงาน, even in the spaceช่องว่าง itselfตัวเอง.
มีพลังงานอยู่ทั้งนี้ แม้แต่อวกาศเองก็มีพลังงานอยู่
06:30
And this energyพลังงาน, accordingตาม to Einsteinไอน์สไต,
และถ้าว่าตามไอน์สไตน์ พลังงานนี้
06:33
exertsออกแรง a pushดัน on the universeจักรวาล.
ทำให้มีแรงผลักให้เอกภพขยายตัว
06:35
It is a perpetualตลอดกาล impulseแรงกระตุ้น
เป็นแรงกระตุ้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด
06:38
that pushesผลักดัน galaxiesกาแลคซี apartต่างหาก from eachแต่ละ other.
ที่ผลักดาราจักรให้ห่างออกจากกัน
06:40
Because darkมืด energyพลังงาน, unlikeแตกต่าง matterเรื่อง or radiationการแผ่รังสี,
เพราะพลังงานมืด ซึ่งต่างจากสสารหรือรังสี
06:42
does not diluteเบาบาง away as the universeจักรวาล expandsขยาย.
จะไม่เจื่อจางหายไปกับการขยายตัวของเอกภพ
06:45
The amountจำนวน of energyพลังงาน in eachแต่ละ cubicคิว centimeterเซนติเมตร
ปริมาณของพลังงานในแต่ละลูกบาศก์เซ็นติเมตร
06:48
remainsซากศพ the sameเหมือนกัน,
มีเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
06:50
even as the universeจักรวาล getsได้รับ biggerที่ใหญ่กว่า and biggerที่ใหญ่กว่า.
ถึงแม้ว่าเอกภพจะขยายใหญ่ขึ้นๆ
06:52
This has crucialสำคัญมาก implicationsผลกระทบ
นี่เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะบอกได้ว่า
06:54
for what the universeจักรวาล is going to do in the futureอนาคต.
เอกภพจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต
06:57
For one thing, the universeจักรวาล will expandขยายตัว foreverตลอดไป.
อย่างหนึ่งเลยก็คือว่า เอกภพจะขยายตัวไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด
07:00
Back when I was your ageอายุ,
ย้อนกลับไปเมื่อผมอายุเท่าๆพวกคุณ
07:02
we didn't know what the universeจักรวาล was going to do.
เราไม่รู้เลยว่าเอกภพจะเป็นยังไงต่อไป
07:04
Some people thought that the universeจักรวาล would recollapserecollapse in the futureอนาคต.
บางคนถึงกับคิดว่าในอนาคต เอกภพจะสูญสลาย
07:06
Einsteinไอน์สไต was fondรัก of this ideaความคิด.
ไอสไตน์ชอบใจแนวคิดนี้มาก
07:09
But if there's darkมืด energyพลังงาน, and the darkมืด energyพลังงาน does not go away,
แต่ว่าถ้ามีพลังงานมืดแล้วมันไม่สูญสลายหายไปไหน
07:11
the universeจักรวาล is just going to keep expandingที่ขยาย foreverตลอดไป and ever and ever.
เอกภพก็จะขยายตัวไปเรื่อยๆ เป็นอย่างนั้นไปชั่วอนันตกาล
07:14
14 billionพันล้าน yearsปี in the pastอดีต,
ตั้งแต่เมื่อหมื่นสี่พันล้านปีก่อน
07:17
100 billionพันล้าน dogหมา yearsปี,
หรือแสนล้านปีของหมานั่นแหละครับ
07:19
but an infiniteอนันต์ numberจำนวน of yearsปี into the futureอนาคต.
ไปอีกนานเท่านานตราบชั่วนิรันดร์กาล
07:21
Meanwhileในขณะเดียวกัน, for all intentsเจตนา and purposesวัตถุประสงค์,
แต่ในตอนนี้ ทั้งในทางปฏิบัติและทฤษฎี
07:24
spaceช่องว่าง looksรูปลักษณ์ finiteจำกัด to us.
เราก็จะเห็นว่าอวกาศมีที่สิ้นสุด
07:27
Spaceช่องว่าง mayอาจ be finiteจำกัด or infiniteอนันต์,
อวกาศอาจจะมีหรือไม่มีที่สิ้นสุดก็เป็นได้
07:29
but because the universeจักรวาล is acceleratingเร่ง,
แต่เพราะว่าเอกภพขยายตัวเร็วๆทุกขณะ
07:31
there are partsชิ้นส่วน of it we cannotไม่ได้ see
ถึงจะมีส่วนหนึ่งที่ยังไงเรามองไม่เห็น
07:33
and never will see.
แล้วก็จะไม่มีทางมองเห็นเลยด้วย
07:35
There's a finiteจำกัด regionภูมิภาค of spaceช่องว่าง that we have accessทางเข้า to,
แต่มันก็มีจุดที่สิ้นสุด ที่เราจะเข้าถึงได้
07:37
surroundedล้อมรอบ by a horizonขอบฟ้า.
เป็นส่วนที่อยู่ภายในเส้นขอบจักรวาลครับ
07:39
So even thoughแม้ time goesไป on foreverตลอดไป,
ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะดำเนินไปชั่วนิรันดร์
07:41
spaceช่องว่าง is limitedถูก จำกัด to us.
แต่สำหรับพวกเราแล้ว อวกาศมีที่สิ้นสุดครับ
07:43
Finallyในที่สุด, emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง has a temperatureอุณหภูมิ.
อย่างสุดท้ายก็คือ แม้แต่ที่ว่างเปล่าในอวกาศก็ยังมีอุณหภูมิความร้อนหนาว
07:45
In the 1970s, Stephenสตีเฟ่น Hawkingฮอว์คิง told us
ในช่วงคริสตทศวรรษ 1970 สตีเฟน ฮอว์กิ้ง (Stephen Hawking) บอกว่า
07:48
that a blackสีดำ holeรู, even thoughแม้ you think it's blackสีดำ,
หลุมดำที่เราคิดกันว่ามืดสนิทนั้น
07:50
it actuallyแท้จริง emitsส่งเสียง radiationการแผ่รังสี
จริงๆแล้วมันฉายรังสีออกมาด้วย
07:52
when you take into accountบัญชี quantumควอนตัม mechanicsกลศาสตร์.
เมื่อเรานำทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัมเข้ามาใช้อธิบาย
07:54
The curvatureความโค้ง of space-timeพื้นที่เวลา around the blackสีดำ holeรู
ความเว้าโค้งของ กาล-อวกาศ (space-time) รอบๆหลุมดำ
07:56
bringsนำ to life the quantumควอนตัม mechanicalเชิงกล fluctuationความผันผวน,
ก่อให้เกิดความผันผวนปรวนแปรในเชิงกลศาสตร์ควอนตัม
07:59
and the blackสีดำ holeรู radiatesradiates.
หลุมดำจึงฉายรังสีออกมา
08:02
A preciselyแม่นยำ similarคล้ายคลึงกัน calculationการคำนวณ by Hawkingฮอว์คิง and Garyแกรี่ Gibbonsชะนี
ฮอว์กิ้ง และ แกรี่ กิบบอนส์ (Gary Gibbons) ได้ทำการคำนวณออกมาได้ผลคล้ายๆกันครับ
08:04
showedแสดงให้เห็นว่า that if you have darkมืด energyพลังงาน in emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง,
ซึ่งแสดงว่า มีพลังงานมืดอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าของอวกาศ
08:07
then the wholeทั้งหมด universeจักรวาล radiatesradiates.
และเอกภพก็ฉายรังสีออกมาโดยทั่ว
08:10
The energyพลังงาน of emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง
พลังงานในพื้นที่ว่างเปล่าของอวกาศ
08:13
bringsนำ to life quantumควอนตัม fluctuationsความผันผวน.
ทำให้เกิดความผันผวนปรวนแปรของควอนตัม
08:15
And so even thoughแม้ the universeจักรวาล will last foreverตลอดไป,
และ ถึงแม้ว่าเอกภพจะมีอยู่ไปชั่วกาลนาน
08:17
and ordinaryสามัญ matterเรื่อง and radiationการแผ่รังสี will diluteเบาบาง away,
และถึงแม้ว่า สสารและรังสีทั่วๆไปจะเลือนลางจากหายไปในที่สุด
08:19
there will always be some radiationการแผ่รังสี,
แต่รังสีนั้น จะยังคงอยู่ไม่ไปไหน
08:22
some thermalร้อน fluctuationsความผันผวน,
และก็มีความผันผวนของความร้อนอยู่บ้าง
08:24
even in emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง.
แม้แต่ที่อวกาศอันว่างเปล่า
08:26
So what this meansวิธี
ทั้งหมดเนี่ย ตีความได้ว่าอย่างนี้ครับ
08:28
is that the universeจักรวาล is like a boxกล่อง of gasแก๊ส
ว่าเอกภพก็เหมือนกับกล่องบรรจุก๊าซ
08:30
that lastsเวลา foreverตลอดไป.
ที่จะมีอยู่อย่างนั้นต่อไปตลอดกาล
08:32
Well what is the implicationความหมาย of that?
อืม..ถ้างั้น มันสื่อความหมายโดยนัยว่าอะไรหล่ะ
08:34
That implicationความหมาย was studiedมีการศึกษา by BoltzmannBoltzmann back in the 19thTH centuryศตวรรษ.
ความหมายโดยนัยที่ว่านี้ โบล์ท์สมันได้ทำการศึกษาไว้ตั้งแต่ในศตวรรษที่ 19 แล้วหละครับ
08:36
He said, well, entropyเอนโทรปี increasesเพิ่มขึ้น
เขาบอกว่าแบบนี้ครับ เอ็นโทรปีเพิ่มขึ้น
08:39
because there are manyจำนวนมาก, manyจำนวนมาก more waysวิธี
เพราะว่ามีวิธีมากมายหลายหลากกว่า
08:42
for the universeจักรวาล to be highสูง entropyเอนโทรปี, ratherค่อนข้าง than lowต่ำ entropyเอนโทรปี.
ที่เอกภพจะไปสู่สภาพเอ็นโทรปีสูง แทนที่จะเป็นเอ็นโทรปีต่ำ
08:44
But that's a probabilisticความน่าจะเป็น statementคำแถลง.
แต่นี่เป็นข้อเท็จจริงในเชิงความน่าจะเป็นนะครับ
08:47
It will probablyอาจ increaseเพิ่ม,
อย่างนี้ครับ มีความเป็นไปได้ที่เอ็นโทรปีจะเพิ่มสูงขึ้น
08:50
and the probabilityความน่าจะเป็น is enormouslyมหาศาล hugeใหญ่.
และความเป็นไปได้มีอยู่สูงมากๆครับ
08:52
It's not something you have to worryกังวล about --
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องไปกังวลอะไรกับมันหรอกนะครับ
08:54
the airอากาศ in this roomห้อง all gatheringการชุมนุม over one partส่วนหนึ่ง of the roomห้อง and suffocatingที่หอบ us.
จะมีโอกาสแค่ไหน ที่อากาศในห้องนี้จะไปกระจุกตัวกันที่นึง แล้วทำให้พวกเราขาดอากาศหายใจกันไม่ออก
08:56
It's very, very unlikelyไม่แน่.
แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ
09:00
Exceptยกเว้น if they lockedล็อค the doorsประตู
ยกเว้นว่า ห้องนี้ถูกปิดสนิท
09:02
and keptเก็บไว้ us here literallyอย่างแท้จริง foreverตลอดไป,
แล้วขังเราอยู่แต่ในนี้ไปตลอดกาล
09:04
that would happenเกิดขึ้น.
สิ่งว่านี้อาจเกิดขึ้นได้
09:06
Everything that is allowedได้รับอนุญาต,
อะไรก็ตามครับ ที่เป็นไปได้
09:08
everyทุกๆ configurationองค์ประกอบ that is allowedได้รับอนุญาต to be obtainedที่ได้รับ by the moleculesโมเลกุล in this roomห้อง,
การจัดเรียงโมเลกุลของอากาศในห้องนี้ทุกๆแบบที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้
09:10
would eventuallyในที่สุด be obtainedที่ได้รับ.
ก็ค่อยๆเกิดขึ้นไปจนครบทุกแบบทุกเหตุการณ์ครับ
09:13
So BoltzmannBoltzmann saysกล่าวว่า, look, you could startเริ่มต้น with a universeจักรวาล
โบล์ท์สมันก็เลยบอกว่า 'เอางี้สิ ก็เริ่มจากเอกภพ
09:15
that was in thermalร้อน equilibriumสมดุล.
ที่มีความสมดุลในเชิงพลังงานความร้อน'
09:18
He didn't know about the Bigใหญ่ Bangปัง. He didn't know about the expansionการขยายตัว of the universeจักรวาล.
เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับบิ๊กแบง และก็ไม่รู้ด้วยว่าเอกภพมีการขยายตัว
09:20
He thought that spaceช่องว่าง and time were explainedอธิบาย by Isaacไอแซก Newtonนิวตัน --
เขาคิดแค่ว่าอวกาศและกาลเวลาอธิบายได้ด้วยกฏของนิวตัน (Isaac Newton)
09:23
they were absoluteแน่นอน; they just stuckติดอยู่ there foreverตลอดไป.
ว่าอวกาศและกาลเวลามีความสัมบูรณ์ในตัวเอง และจะเป็นอยู่อย่างนั้นตลอดไป
09:26
So his ideaความคิด of a naturalโดยธรรมชาติ universeจักรวาล
ดังนั้น แนวคิดของเขาในเรื่องเอกภพในธรรมชาติ
09:28
was one in whichที่ the airอากาศ moleculesโมเลกุล were just spreadกระจาย out evenlyอย่างเท่าเทียมกัน everywhereทุกที่ --
ก็คือแบบที่มีโมเลกุลอากาศกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอทั่วทุกแห่งทุกหน
09:30
the everything moleculesโมเลกุล.
เป็นทำนองว่า 'อะไรๆก็โมเลกุล' แบบนั้นเลยครับ
09:33
But if you're BoltzmannBoltzmann, you know that if you wait long enoughพอ,
ถ้าเกิดคุณเป็นโบล์ท์สมัน คุณก็จะรู้ว่า ถ้ารอนานพอ
09:35
the randomสุ่ม fluctuationsความผันผวน of those moleculesโมเลกุล
ความผันผวนอย่างไร้แบบแผนของโมเลกุลพวกนี้
09:38
will occasionallyเป็นครั้งคราว bringนำมาซึ่ง them
พอโอกาสอำนวย จะทำให้โมเลกุล
09:41
into lowerลดลง entropyเอนโทรปี configurationsการกำหนดค่า.
จัดเรียงตัวกันในรูปแบบที่เอ็นโทรปีต่ำ
09:43
And then, of courseหลักสูตร, in the naturalโดยธรรมชาติ courseหลักสูตร of things,
ซึ่งถัดต่อไป ว่ากันตามธรรมชาติ
09:45
they will expandขยายตัว back.
มันก็จะขยายตัวกลับไปอยู่ดี
09:47
So it's not that entropyเอนโทรปี mustต้อง always increaseเพิ่ม --
ฉะนั้น เอ็นโทรปีก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นเสมอ
09:49
you can get fluctuationsความผันผวน into lowerลดลง entropyเอนโทรปี,
บางครั้งอาจจะเกิดความผันแปรไปสู่สภาพเอ็นโทรปีต่ำ
09:51
more organizedจัด situationsสถานการณ์.
ที่จัดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบกว่าบ้างก็ได้เหมือนกัน
09:54
Well if that's trueจริง,
อ่า ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นจริง
09:56
BoltzmannBoltzmann then goesไป ontoไปยัง inventคิดค้น
ก็ถือได้ว่า โบล์ท์สมันได้สร้าง
09:58
two very modern-soundingทำให้เกิดเสียงที่ทันสมัย ideasความคิด --
แนวคิดสมัยใหม่ที่สมเหตุสมผลมากๆถึง 2 แนวคิดด้วยกัน
10:00
the multiverseลิขสิทธิ์ and the anthropicมานุษยวิทยา principleหลัก.
ซึ่งก็คือ 'พหุภพ' และ 'หลักมานุษยชาติ'
10:02
He saysกล่าวว่า, the problemปัญหา with thermalร้อน equilibriumสมดุล
เขาบอกว่า ปัญหาของสมดุลความร้อน
10:05
is that we can't liveมีชีวิต there.
ก็คือ มันเป็นสภาวะที่มนุษย์อย่างพวกเราไม่สามารถมีีชีวิตอยู่ได้
10:07
Rememberจำ, life itselfตัวเอง dependsขึ้นอยู่กับ on the arrowลูกศร of time.
ต้องพึงระลึกไว้อย่างหนึ่งก่อนนะครับว่า สิ่งมีชีวิตต้องพึงพาอาศัยลูกศรแห่งกาลเวลา
10:09
We would not be ableสามารถ to processกระบวนการ informationข้อมูล,
เราจะไม่สามารถประมวลข้อมูลใดๆ
10:12
metabolizeเผาผลาญ, walkเดิน and talk,
ไม่สามารถมีการสันดาป เดิน หรือแม้แต่พูด
10:14
if we livedอาศัยอยู่ in thermalร้อน equilibriumสมดุล.
ถ้าเราอาศัยอยู่ในสภาวะสมดุลความร้อน
10:16
So if you imagineจินตนาการ a very, very bigใหญ่ universeจักรวาล,
หากเราลองจินตนาการถึงเอกภพที่ใหญ่มหึมา
10:18
an infinitelyเพียบ bigใหญ่ universeจักรวาล,
ใหญ่มากๆแบบไม่มีขอบเขตสิ้นสุด
10:20
with randomlyสุ่ม bumpingกระแทก into eachแต่ละ other particlesอนุภาค,
ในนั้นมีอนุภาคที่วิ่งชนกันอย่างอิสระ
10:22
there will occasionallyเป็นครั้งคราว be smallเล็ก fluctuationsความผันผวน in the lowerลดลง entropyเอนโทรปี statesรัฐ,
บางครั้งก็จะผันแปรนิดๆหน่อยๆ ในสภาพที่เอ็นโทรปีต่ำ
10:24
and then they relaxผ่อนคลาย back.
แล้วก็คลายตัวกลับมาเป็นเหมือนเก่า
10:27
But there will alsoด้วย be largeใหญ่ fluctuationsความผันผวน.
แต่บางครั้งก็จะมีการแปรผันกันอย่างยิ่งใหญ่
10:29
Occasionallyเป็นครั้งคราว, you will make a planetดาวเคราะห์
บางครั้งนะครับ ก็จะได้เป็นดาวนพเคราะห์ออกมาเลย
10:31
or a starดาว or a galaxyกาแล็กซี
หรืออาจจะดาวฤกษ์ หรือไม่ก็เป็นดาราจักรเลยก็มี
10:33
or a hundredร้อย billionพันล้าน galaxiesกาแลคซี.
หรืออาจจะได้เป็นดาราจักรหมื่นล้านอัน
10:35
So BoltzmannBoltzmann saysกล่าวว่า,
โบล์ท์สมันก็เลยสรุปว่า
10:37
we will only liveมีชีวิต in the partส่วนหนึ่ง of the multiverseลิขสิทธิ์,
เราอยู่ในเพียงส่วนหนึ่งของพหุภพ
10:39
in the partส่วนหนึ่ง of this infinitelyเพียบ bigใหญ่ setชุด of fluctuatingยวบยาบ particlesอนุภาค,
เป็นส่วนหนึ่งของแบบแผนอันยิ่งใหญ่ ของความผันผวนของอนุภาค
10:42
where life is possibleเป็นไปได้.
ซึ่งเป็นที่ๆสิิ่งมีชีวิตสามารถดำรงอยู่ได้
10:45
That's the regionภูมิภาค where entropyเอนโทรปี is lowต่ำ.
(ส่วนที่เราอยู่ในพหุภพ) ซึ่งก็คือส่วนที่มีเอ็นโทรปีต่ำครับ
10:47
Maybe our universeจักรวาล is just one of those things
บางที เอกภาพของเราอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น (ส่วนเอ็นโทรปีตำ่)
10:49
that happensที่เกิดขึ้น from time to time.
ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวก็เป็นได้
10:52
Now your homeworkการบ้าน assignmentการมอบหมาย
เอาหล่ะ ที่นี่การบ้านของพวกคุณ
10:54
is to really think about this, to contemplateคิด what it meansวิธี.
ก็คือ ลองคิดดูนะครับว่าทั้งหมดเนี่ยมันหมายความว่ายังไง
10:56
Carlคาร์ล Saganเซแกน onceครั้งหนึ่ง famouslyชื่อเสียง said
เคยมีคำพูดที่ติดหูของ คาร์ล ซาแกน (Carl Sagan)
10:58
that "in orderใบสั่ง to make an appleแอปเปิ้ล pieพาย,
เขาบอกว่า "จะทำพายแอ๊ปเปิ้ลได้
11:00
you mustต้อง first inventคิดค้น the universeจักรวาล."
ขั้นแรกสุดเราตั้งสร้างเอกภพเสียก่อน"
11:02
But he was not right.
ซึ่งจริงๆแล้วที่เขาพูดหน่ะไม่ถูกต้องครับ
11:05
In Boltzmann'sของ Boltzmann scenarioสถานการณ์, if you want to make an appleแอปเปิ้ล pieพาย,
ถ้าจะเอาตามแบบโบล์ท์สมัน ต้องเป็นแบบนี้ ถ้าคุณจะทำพายแอ๊ปเปิ้ล
11:07
you just wait for the randomสุ่ม motionการเคลื่อนไหว of atomsอะตอม
คุณก็แค่นั่งรอให้อะตอมวิ่งไปมาแบบสุ่มๆ
11:10
to make you an appleแอปเปิ้ล pieพาย.
แล้วเดี๋ยวมันก็จะกลายเป็นพายแอ๊ปเปิ้ลให้คุณเอง
11:13
That will happenเกิดขึ้น much more frequentlyบ่อยๆ
แถมมันยังจะเกิดขึ้นบ่อยกว่า
11:15
than the randomสุ่ม motionsการเคลื่อนไหว of atomsอะตอม
การที่อะตอมจะวิ่งสุ่มไปสุ่มมา
11:17
makingการทำ you an appleแอปเปิ้ล orchardสวนผลไม้
แล้วกลายเป็นสวนแอ๊ปเปิ้ล
11:19
and some sugarน้ำตาล and an ovenเตาอบ,
เป็นน้ำตาล เป็นเตาอบ
11:21
and then makingการทำ you an appleแอปเปิ้ล pieพาย.
แล้วค่อยมารวมกันกลายเป็นพายแอ๊ปเปิ้ลให้คุณทีหลัง
11:23
So this scenarioสถานการณ์ makesยี่ห้อ predictionsการคาดการณ์.
ดังนั้น สถาณการณ์นี้ได้ทำให้เกิดการคาดการพยากรณ์
11:25
And the predictionsการคาดการณ์ are
คำพยากรณ์มีว่าอย่างนี้ครับ
11:28
that the fluctuationsความผันผวน that make us are minimalต่ำสุด.
ความแปรผันที่ทำให้มีเราอยู่ทุกวันนี้ มันเล็กน้อยเท่านั้นครับ
11:30
Even if you imagineจินตนาการ that this roomห้อง we are in now
ถึงแม้ว่าคุณจะรู้สึกว่าห้องที่เราอยู่กันตอนนี้เนี่ย
11:33
existsที่มีอยู่ and is realจริง and here we are,
มีตัวตนและมีอยู่จริง แล้วพวกเราก็อยู่ที่นี้ด้วย
11:36
and we have, not only our memoriesความทรงจำ,
แล้วสิ่งที่เรามีก็ไม่ใช่แค่ความทรงจำเพียงอย่างเดียว
11:38
but our impressionความประทับใจ that outsideด้านนอก there's something
แต่เรายังมีเจตคติ ว่าข้างนอกห้องนี้ยังมีอย่างอื่นด้วย
11:40
calledเรียกว่า Caltechคาลเทค and the Unitedปึกแผ่น Statesสหรัฐอเมริกา and the Milkyซีด Way Galaxyนภสินธุ์,
เช่นสิ่งที่เรียกว่า สถาบันคาลเทคฯ และ สหรัฐอเมริกา แล้วก็ ดาราจักรทางช้างเผือก
11:42
it's much easierง่ายดาย for all those impressionsการแสดงผล to randomlyสุ่ม fluctuateขึ้น ๆ ลง ๆ into your brainสมอง
เจตคติพวกเนี่ยเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาในสมองเราง่ายกว่า-
11:46
than for them actuallyแท้จริง to randomlyสุ่ม fluctuateขึ้น ๆ ลง ๆ
การที่มันจะเกิดขึ้นจริงๆจากความผันผวนทางฟิสิกส์
11:49
into Caltechคาลเทค, the Unitedปึกแผ่น Statesสหรัฐอเมริกา and the galaxyกาแล็กซี.
จนกลายเป็นสถาบันคาลเทคฯ สหรัฐอเมริกา และเป็นดาราจักรแบบนี้ครับ
11:51
The good newsข่าว is that,
ข่าวดีก็คือว่า
11:54
thereforeดังนั้น, this scenarioสถานการณ์ does not work; it is not right.
ดังนั้นเหตุการณ์นี้ก็เป็นไปไม่ได้ มันไม่ถูกต้องครับ
11:56
This scenarioสถานการณ์ predictsคาดการณ์ that we should be a minimalต่ำสุด fluctuationความผันผวน.
แนวคิดนี้พยากรณ์ว่าพวกเราควรจะเป็นผลพวงของความผันแปรขั้นต่ำ
11:59
Even if you left our galaxyกาแล็กซี out,
ถึงแม้คุณจะคิดว่า เราไม่มีดาราจักรของเรา
12:02
you would not get a hundredร้อย billionพันล้าน other galaxiesกาแลคซี.
คุณก็จะไม่มีทางได้ ดาราจักรอื่นอีกแสนล้านหรอกครับ
12:04
And Feynmanไฟน์แมน alsoด้วย understoodเข้าใจ this.
และ ฟายน์มัน ก็เข้าใจอย่างนี้หมือนกัน
12:06
Feynmanไฟน์แมน saysกล่าวว่า, "From the hypothesisสมมติฐาน that the worldโลก is a fluctuationความผันผวน,
ฟายน์มัน บอกว่า "จากสมมติฐานที่ว่าโลกคือผลพวงของความผันแปร
12:08
all the predictionsการคาดการณ์ are that
ก็จะพยากรณ์ได้ว่า
12:12
if we look at a partส่วนหนึ่ง of the worldโลก we'veเราได้ never seenเห็น before,
ถ้าเรามองไปตรงส่วนใดส่วนหนึ่งของโลกที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน
12:14
we will find it mixedผสม up, and not like the pieceชิ้น we'veเราได้ just lookedมอง at --
เราจะต้องเห็นว่ามันรกเรื้อไปหมด ไม่เหมือนอย่างที่เราเห็นเมื่อตะกี้นี้ซึ่งเป็นสภาวะ
12:16
highสูง entropyเอนโทรปี.
เอ็นโทรปีสูง
12:18
If our orderใบสั่ง were dueครบกำหนด to a fluctuationความผันผวน,
และถ้าความเป็นระเบียบเข้าที่เข้าทาง เกิดจากความผันแปรละก็
12:20
we would not expectคาดหวัง orderใบสั่ง anywhereทุกแห่ง but where we have just noticedสังเกตเห็น it.
มันก็ไม่น่าจะมีที่ไหนที่ดูเป็นระเบียบอีกแล้วนอกจากตรงที่เราเพิ่งจะเห็น
12:22
We thereforeดังนั้น concludeเอาเป็นว่า the universeจักรวาล is not a fluctuationความผันผวน."
เพราะอย่างนี้ จึงพอจะสรุปได้ว่า เอกภพไม่ใช่ผลพวงของความแปรผัน"
12:24
So that's good. The questionคำถาม is then what is the right answerตอบ?
เป็นคำอธิบายที่ดีมากครับ คราวนี้คำถามก็จะกลายเป็นว่าแล้วคำตอบที่ถูกต้องหล่ะคืออะไร
12:28
If the universeจักรวาล is not a fluctuationความผันผวน,
ถ้าเอกภพไม่ใช่ผลพวกของความแปรผัน
12:31
why did the earlyตอนต้น universeจักรวาล have a lowต่ำ entropyเอนโทรปี?
ทำไมเอกภพในยุคต้นๆถึงได้มีเอ็นโทรปีต่ำ
12:33
And I would love to tell you the answerตอบ, but I'm runningวิ่ง out of time.
ผมอยากจะเฉลยคำตอบนั้นจริงๆครับ แต่เวลาพูดของผมจะหมดแล้วหน่ะสิ
12:36
(Laughterเสียงหัวเราะ)
(เสียงหัวเราะ)
12:39
Here is the universeจักรวาล that we tell you about,
นี่คือเอกภพที่เรานำเสนอให้คุณฟัง
12:41
versusกับ the universeจักรวาล that really existsที่มีอยู่.
เทียบกับเอกภพจริงๆที่เป็นอยู่
12:43
I just showedแสดงให้เห็นว่า you this pictureภาพ.
รูปนี้ ผมเพิ่งนำเสนอไปเมื่อกี้
12:45
The universeจักรวาล is expandingที่ขยาย for the last 10 billionพันล้าน yearsปี or so.
เอกภพมีการขยายตัวตลอดหมื่นล้านปีที่ผ่านมาหรืออะไรทำนองนั้น
12:47
It's coolingการระบายความร้อน off.
แล้วมันก็เย็นตัวลง
12:49
But we now know enoughพอ about the futureอนาคต of the universeจักรวาล
แต่ในปัจจุบัน เรามีความรู้มากพอ เกี่ยวกับอนาคตของเอกภพ
12:51
to say a lot more.
ที่จะสามารถอธิบายอะไรได้อีกหลายอย่าง
12:53
If the darkมืด energyพลังงาน remainsซากศพ around,
ถ้าพลังงานมืดยังคงมีทั่วไป
12:55
the starsดาว around us will use up theirของพวกเขา nuclearนิวเคลียร์ fuelเชื้อเพลิง, they will stop burningร้อน.
ดวงฤกษ์ที่อยู่โดยรอบพวกเรา ก็ใช้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของพวกมัน เผาไปจนหมดเกลี้ยง
12:57
They will fallตก into blackสีดำ holesหลุม.
แล้วก็จะยุบตัวไปในหลุมดำ
13:00
We will liveมีชีวิต in a universeจักรวาล
เราก็จะอยู่ในเอกภพ
13:02
with nothing in it but blackสีดำ holesหลุม.
ที่ไม่มีอะไรในนั้นเลยนอกจากหลุมดำ
13:04
That universeจักรวาล will last 10 to the 100 yearsปี --
เอกภพที่ว่าจะคงอยู่ต่อไปอีกนานเป็น 10 ยกกำลัง 100 ปี
13:06
a lot longerอีกต่อไป than our little universeจักรวาล has livedอาศัยอยู่.
นานกว่า ช่วงชีวิตจนถึงปัจจุบัน ของเอกภพเล็กๆของเราเสียอีก
13:10
The futureอนาคต is much longerอีกต่อไป than the pastอดีต.
อนาคตยังอีกยาวไกลครับเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา
13:12
But even blackสีดำ holesหลุม don't last foreverตลอดไป.
แต่แม้กระทั่งหลุมดำก็ไม่ได้อยู่ไปตลอดกาล
13:14
They will evaporateระเหย,
มันจะจางหายไปในที่สุด
13:16
and we will be left with nothing but emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง.
และเราก็จะถูกทิ้งไว้ในอวกาศที่ความว่างเปล่า
13:18
That emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง lastsเวลา essentiallyเป็นหลัก foreverตลอดไป.
ความว่างเปล่านั้น จะเป็นไปชั่วนิจนิรันดร
13:20
Howeverอย่างไรก็ตาม, you noticeแจ้งให้ทราบ, sinceตั้งแต่ emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง givesจะช่วยให้ off radiationการแผ่รังสี,
แต่ยังไงก็ตาม คุณทราบแล้วว่า เพราะแม้แต่พื้นที่ว่างๆในอวกาศก็ฉายรังสีออกมา
13:24
there's actuallyแท้จริง thermalร้อน fluctuationsความผันผวน,
ดังนั้นมันก็มีเกิดความผันแปรของพลังงาน
13:27
and it cyclesรอบ around
แล้วมันก็กระจายไปรอบๆ
13:29
all the differentต่าง possibleเป็นไปได้ combinationsอยู่รวมกัน
ด้วยความน่าจะเป็นทั้งหมดหลายรูปแบบ
13:31
of the degreesองศา of freedomเสรีภาพ that existมีอยู่ in emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง.
ตามการเปลี่ยนแปรค่าอย่างอิสระ (degree of freedom) ในอวกาศอันเวิ้งว้างว่างเปล่า
13:33
So even thoughแม้ the universeจักรวาล lastsเวลา foreverตลอดไป,
เพราะฉะนั้น แม้ว่าเอกภพจะอยู่ไปชั่วนิรันดร์
13:36
there's only a finiteจำกัด numberจำนวน of things
เหตุการณ์ที่มีจำนวนเป็นอันตะ (จำกัด) เท่านั้น
13:38
that can possiblyอาจ happenเกิดขึ้น in the universeจักรวาล.
ที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ในเอกภพ
13:40
They all happenเกิดขึ้น over a periodระยะเวลา of time
พวกมันเกิดขึ้นในช่วงเวลา
13:42
equalเท่ากัน to 10 to the 10 to the 120 yearsปี.
ที่มีค่าประมาณ 10 ยกกำลัง 10 ยกกำลัง 120 ปี
13:44
So here'sนี่คือ two questionsคำถาม for you.
อืม..อย่างนั้น ผมก็อยากถามคุณสักสองคำถามครับ
13:47
Numberจำนวน one: If the universeจักรวาล lastsเวลา for 10 to the 10 to the 120 yearsปี,
คำถามแรก ก็คือ ถ้าหากว่าเอกภพอยู่ไปนานถึง 10 ยกกำลัง 10 ยกกำลัง 120 ปี
13:49
why are we bornโดยกำเนิด
ทำไม มนุษย์ถึงถือกำเนิด
13:52
in the first 14 billionพันล้าน yearsปี of it,
ในช่วงหมื่นสี่พันล้านปีแรกของเอกภพ
13:54
in the warmอบอุ่น, comfortableสบาย afterglowแสงที่ค้างอยู่บนท้องฟ้า of the Bigใหญ่ Bangปัง?
ซึ่งอบอุ่น สบาย ที่เกิดถัดจากการเกิดบิ๊กแบงกันเลย
13:57
Why aren'tไม่ได้ we in emptyว่างเปล่า spaceช่องว่าง?
ทำไมเราถึงไม่ไปเกิดอยู่ในความว่างเปล่าของอวกาศหล่ะครับ
14:00
You mightอาจ say, "Well there's nothing there to be livingการดำรงชีวิต,"
คุณอาจจะบอกว่า "อ่ะ ก็มันไม่มีอะไรให้เราใช้ชีิวิตอยู่ได้นิ"
14:02
but that's not right.
พูดอย่างนั้นอาจจะไม่ค่อยถูกต้องนักครับ
14:04
You could be a randomสุ่ม fluctuationความผันผวน out of the nothingnessการไม่มีอะไร.
จู่ๆคุณอาจจะจุติผุดขึ้นมาเฉยๆจากความไม่มีอะไรเลยก็เป็นหนิ
14:06
Why aren'tไม่ได้ you?
ก็แล้วทำไมไม่เป็นอย่างนั้นหล่ะ
14:08
More homeworkการบ้าน assignmentการมอบหมาย for you.
เอาหล่ะสิ คุณได้การบ้านกลับไปคิดเพิ่มอีกแล้วครับ
14:10
So like I said, I don't actuallyแท้จริง know the answerตอบ.
ก็อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วครับว่า จริงๆผมก็ไม่รู้คำตอบหรอก
14:13
I'm going to give you my favoriteที่ชื่นชอบ scenarioสถานการณ์.
แต่ผมจะเล่าให้ฟังถึงแนวคิดที่ผมชอบก็แล้วกันครับ
14:15
Eitherทั้ง it's just like that. There is no explanationคำอธิบาย.
อาจจะเป็นว่า เอกภพมันก็เป็นแบบนั้นแหละ ไม่ต้องมีคำอธิบาย
14:17
This is a bruteเดรัจฉาน factความจริง about the universeจักรวาล
มันเป็นความจริง แบบทื่อๆแท้ ของเอกภพ
14:20
that you should learnเรียน to acceptยอมรับ and stop askingถาม questionsคำถาม.
ที่คุณควรที่จะเรียนรู้ ที่จะยอมรับมันซะ แล้วหยุดถามซะที
14:22
Or maybe the Bigใหญ่ Bangปัง
หรือว่า บางที บิ๊กแบง
14:26
is not the beginningการเริ่มต้น of the universeจักรวาล.
ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเอกภพก็เป็นได้
14:28
An eggไข่, an unbrokenติดต่อกัน eggไข่, is a lowต่ำ entropyเอนโทรปี configurationองค์ประกอบ,
อย่างไข่ ที่เป็นฟองๆนี่นะครับ ก็มีการจัดเรียงเอ็นโทรปีต่ำ
14:30
and yetยัง, when we openเปิด our refrigeratorตู้เย็น,
ถึงอย่างนั้น พอเราเปิดตู้เย็น
14:33
we do not go, "Hahฮะ, how surprisingน่าแปลกใจ to find
เราก็จะไม่พูดว่า "ฮ่า น่าแปลกใจจังที่เจอ
14:35
this lowต่ำ entropyเอนโทรปี configurationองค์ประกอบ in our refrigeratorตู้เย็น."
การจัดเรียงรูปแบบเอ็นโทรปีต่ำในตู้เย็นของเราเองด้วย"
14:37
That's because an eggไข่ is not a closedปิด systemระบบ;
นั่นก็เพราะว่าไข่ไม่ได้อยู่ในระบบปิดหน่ะสิครับ
14:39
it comesมา out of a chickenไก่.
แต่มันออกมาจากแม่ไก่
14:42
Maybe the universeจักรวาล comesมา out of a universalสากล chickenไก่.
บางทีเอกภพอาจจะออกมาจากแม่ไก่ของเอกภพอีกทีก็ได้ครับ
14:44
Maybe there is something that naturallyเป็นธรรมชาติ,
บางทีอาจจะมีอะไรบางอย่างตามธรรมชาติ
14:48
throughตลอด the growthการเจริญเติบโต of the lawsกฎหมาย of physicsฟิสิกส์,
ที่อ้างอิงได้ด้วยกฏฟิสิกส์ที่พัฒนาขึ้นทุกวันนี้
14:50
givesจะช่วยให้ riseลุกขึ้น to universeจักรวาล like oursของเราเอง
ก่อให้เกิดเอกภพอย่างเอกภพของเรา
14:53
in lowต่ำ entropyเอนโทรปี configurationsการกำหนดค่า.
ซึ่งอยู่ในสภาวะเอ็นโทรปีต่ำ
14:55
If that's trueจริง, it would happenเกิดขึ้น more than onceครั้งหนึ่ง;
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง มันควรเกิดขึ้นมากกว่าครั้งเดียว
14:57
we would be partส่วนหนึ่ง of a much biggerที่ใหญ่กว่า multiverseลิขสิทธิ์.
เราควรจะเป็นส่วนหนึ่งของพหุภพที่ใหญ่มหึมามากกว่านี้
14:59
That's my favoriteที่ชื่นชอบ scenarioสถานการณ์.
อันนี้เป็นแนวคิดที่ผมชอบครับ
15:02
So the organizersการจัดงาน askedถาม me to endปลาย with a boldกล้า speculationการเก็งกำไร.
อ่อ พอดีว่าทางผู้จัดเขาขอให้ผมจบการบรรยายด้วยแนวคิดที่ชัดเจน
15:04
My boldกล้า speculationการเก็งกำไร
ผมก็เลยขอฟันธงตรงประเด็นไปเลยว่า
15:07
is that I will be absolutelyอย่างแน่นอน vindicatedพิสูจน์ให้เห็นถึง by historyประวัติศาสตร์.
ประวัติศาสตร์จะจารึกไว้ว่า (แนวคิดของ)ผมถูกต้องสมบูรณ์
15:09
And 50 yearsปี from now,
และ 50 ปีต่อไปจากนี้
15:12
all of my currentปัจจุบัน wildป่า ideasความคิด will be acceptedได้รับการยอมรับ as truthsความจริง
แนวความคิดที่บ้าๆของผมทั้งหมดจะได้รับการยอมรับว่าเป็นความจริง
15:14
by the scientificวิทยาศาสตร์ and externalภายนอก communitiesชุมชน.
ทั้งใน และ นอก วงการวิทยาศาสตร์
15:17
We will all believe that our little universeจักรวาล
พวกเราจะเชื่อกันว่าเอกภพเล็กๆของเรา
15:20
is just a smallเล็ก partส่วนหนึ่ง of a much largerที่มีขนาดใหญ่ multiverseลิขสิทธิ์.
เป็นแค่เพียงส่วนเสี้ยวของพหุภพที่ใหญ่มหึมากว่ามาก
15:22
And even better, we will understandเข้าใจ what happenedที่เกิดขึ้น at the Bigใหญ่ Bangปัง
และยิ่งไปกว่านั้น เราจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นตอนเกิดบิ๊กแบง
15:25
in termsเงื่อนไข of a theoryทฤษฎี
ในเชิงของทฤษฎี
15:28
that we will be ableสามารถ to compareเปรียบเทียบ to observationsข้อสังเกต.
ซึ่งจะสามารถทำให้เราเปรียบเทียบกับการข้อมูลจากการสังเกตได้
15:30
This is a predictionคาดการณ์. I mightอาจ be wrongไม่ถูกต้อง.
นี่เป็นเพียงการคาดเดาครับ ผมอาจผิดก็ได้
15:32
But we'veเราได้ been thinkingคิด as a humanเป็นมนุษย์ raceแข่ง
แต่ในฐานะมนุษยชาติ เราก็ครุ่นคิดกันมาโดยตลอด
15:34
about what the universeจักรวาล was like,
ว่าเอกภพจะรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง
15:36
why it cameมา to be in the way it did for manyจำนวนมาก, manyจำนวนมาก yearsปี.
ทำไมมันถึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่แบบนี้มานานนับไม่รู้จะกี่ปี
15:38
It's excitingน่าตื่นเต้น to think we mayอาจ finallyในที่สุด know the answerตอบ somedayสักวันหนึ่ง.
เพียงแค่คิดว่าสักวันนึง เราจะสามารถรู้คำตอบได้ นี่ก็ตื่นเต้นมากแล้วครับ
15:41
Thank you.
ขอบคุณครับ
15:44
(Applauseการปรบมือ)
(เสียงปรบมือ)
15:46
Translated by Heartfelt Grace
Reviewed by Kelwalin Dhanasarnsombut

▲Back to top

About the speaker:

Sean M. Carroll - Physicist, cosmologist
A physicist, cosmologist and gifted science communicator, Sean Carroll is asking himself -- and asking us to consider -- questions that get at the fundamental nature of the universe.

Why you should listen

Sean Carroll is a theoretical physicist at Caltech in Pasadena, California, where he researches theoretical aspects of cosmology, field theory and gravitation -- exploring the nature of fundamental physics by studying the structure and evolution of the universe.

His book on cosmology and the arrow of time, From Eternity to Here: The Quest for the Ultimate Theory of Time, was published in 2010. He keeps a regular blog at Cosmic Variance.

More profile about the speaker
Sean M. Carroll | Speaker | TED.com