English-Video.net comment policy

The comment field is common to all languages

Let's write in your language and use "Google Translate" together

Please refer to informative community guidelines on TED.com

TEDxToronto 2010

Drew Dudley: Everyday leadership

ดริว ดัดลี่: ความเป็นผู้นำในทุกๆวัน

Filmed
Views 3,298,825

เราได้เคยเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตของคนบางคน -- และบ่อยครั้งที่พวกเราไม่รู้ตัว ในการบรรยายแบบขำขันนี้ คริว ดัดลี่ (Drew Dudley) ได้เรียกร้องให้พวกเราทุกคน มาเฉลิมฉลองความเป็นผู้นำ ให้เป็นการปฏิบัติที่เกิดขึ้นในทุกๆ วัน ในการปรับปรุงชีวิตของกันและกันให้ดีขึ้น (ถ่ายทำที่ TEDxToronto)

- Leadership educator
Drew Dudley believes leadership is not a characteristic reserved for the extraordinary. He works to help people discover the leader within themselves. Full bio

How manyจำนวนมาก of you are completelyอย่างสมบูรณ์ comfortableสบาย
ในที่นี้ มีใครบ้างที่รู้สึกสบายใจอย่างเต็มที่
00:16
with callingการเรียกร้อง yourselvesท่านเอง a leaderผู้นำ?
ที่จะเรียกตัวเองว่า ผู้นำ
00:17
See, I've askedถาม that questionคำถาม all the way acrossข้าม the countryประเทศ,
เห็นไหม ผมได้ถามคำถามนี้ตลอดทั่วประเทศ
00:20
and everywhereทุกที่ I askถาม it, no matterเรื่อง where,
และทุกที่ที่ผมถาม ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม
00:23
there's always a hugeใหญ่ portionส่วน of the audienceผู้ชม that won'tเคยชิน put up theirของพวกเขา handมือ.
จะมีผู้ฟังจำนวนมากเสมอ ที่ไม่ยกมือ
00:25
And I've come to realizeตระหนักถึง that we have madeทำ leadershipความเป็นผู้นำ
และผมถึงได้รู้ว่า พวกเราได้ทำให้ ความเป็นผู้นำ
00:28
into something biggerที่ใหญ่กว่า than us.
เป็นสิ่งที่ใหญ่ กว่าตัวพวกเราเอง
00:30
We'veเราได้ madeทำ into something beyondเกิน us.
เราเปลี่ยนมัน ให้เป็นสิ่งที่ไกลออกไปจากพวกเรา
00:31
We'veเราได้ madeทำ it about changingเปลี่ยนแปลง the worldโลก.
ให้มันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโลก
00:33
And we'veเราได้ takenยึด this titleหัวข้อ of leaderผู้นำ, and we treatรักษา it
และเราถือว่าตำแหน่งผู้นำนี้
และเราปฏิบัติกับมัน
00:35
as if it's something that one day we're going to deserveสมน้ำสมเนื้อ,
ราวกับว่า มันเป็นสิ่งที่สักวันหนึ่ง เราจึงจะคู่ควรกับมัน
00:37
but to give it to ourselvesตัวเรา right now
แต่การให้ตำแหน่งนี้กับตัวเราเอง
ในตอนนี้
00:40
meansวิธี a levelชั้น of arroganceความหยิ่ง or cockinessหยิ่ง that we're not comfortableสบาย with.
หมายถึง ระดับของความยะโสหรือโอหัง
ที่เราไม่สบายใจกับมันนัก
00:42
And I worryกังวล sometimesบางครั้ง that we spendใช้จ่าย so much time
และบางทีผมก็กังวลว่า เราใช้เวลาไปมากมายกับ
00:45
celebratingฉลอง amazingน่าอัศจรรย์ things that hardlyแทบจะไม่ anybodyใคร ๆ can do
การยกย่องเชิดชูสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ
ที่น้อยคนนักจะทำได้
00:47
that we'veเราได้ convincedมั่นใจ ourselvesตัวเรา that those are
เราทำให้ตัวเราเองเชื่อว่า สิ่งเหล่านั้นเท่านั้น
00:51
the only things worthคุ้มค่า celebratingฉลอง, and we startเริ่มต้น to
ที่ควรค่าแก่การยกย่อง และเราเริ่มที่จะ
00:52
devalueลดค่า the things that we can do everyทุกๆ day, and we startเริ่มต้น
ลดคุณค่า ของสิ่งที่เราสามารถทำได้ในทุกๆวันลง
00:54
to take momentsช่วงเวลา where we trulyอย่างแท้จริง are a leaderผู้นำ
และเราเริ่มที่จะ ใช้เวลาช่วงสั้นๆ
ที่เราเป็นผู้นำจริงๆนั้น
00:56
and we don't let ourselvesตัวเรา take creditเครดิต for it,
และไม่ยอมให้ตัวเราเอง ได้รับเกียรตินั้น
00:59
and we don't let ourselvesตัวเรา feel good about it.
และเราไม่ยอมให้ตัวเราเองรู้สึกดี
เกี่ยวกับสิ่งที่ทำนั้น
01:01
And I've been luckyโชคดี enoughพอ over the last
และ ผมโชคดีพอควรทีเดียว ที่ผ่านมา
01:02
10 yearsปี to work with some amazingน่าอัศจรรย์ people
มากกว่า 10 ปี ที่ทำงานกับคนที่น่าอัศจรรย์บางคน
01:04
who have helpedช่วย me redefineredefine leadershipความเป็นผู้นำ in a way
คนที่ช่วยให้ผมตั้งคำนิยามของ ความเป็นผู้นำ
ขึ้นมาใหม่
01:06
that I think has madeทำ me happierมีความสุขมาก.
ที่ทำให้ผมคิดว่า รู้สึกมีความสุขมากขึ้น
01:07
And with my shortสั้น time todayในวันนี้, I just want to shareหุ้น with you
ด้วยเวลาอันสั้นในวันนี้
ผมเพียงแค่อยากจะแบ่งปันกับคุณ
01:09
the one storyเรื่องราว that is probablyอาจ mostมากที่สุด responsibleรับผิดชอบ for that redefinitionนิยามใหม่.
เรื่องๆหนึ่ง ที่น่าจะเป็นต้นเหตุสำคัญที่สุด
สำหรับการตั้งคำนิยามใหม่นี้
01:11
I wentไป to schoolโรงเรียน in a little schoolโรงเรียน calledเรียกว่า
ตอนที่ผมเรียนที่มหาวิทยาลัยเล็กๆแห่งหนึ่ง ชื่อ
01:16
Mountภูเขา Allisonแอลลิสัน Universityมหาวิทยาลัย in Sackvilleแซก, Newใหม่ Brunswickบรันสวิก,
มหาวิทยาลัยเมาท์ อะลิสัน (Mount Allison)
ในเมืองแซ็ควิลล์ รัฐนิวบรันส์วิก
01:18
and on my last day there, a girlสาว cameมา up to me
และในวันสุดท้ายของผมที่่นั่น
มีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาหาผม
01:20
and she said, "I rememberจำ the first time that I metพบ you."
เธอบอกว่า "ฉันจำครั้งแรกที่ฉันพบคุณได้นะ"
01:22
And then she told me a storyเรื่องราว that had happenedที่เกิดขึ้น fourสี่ yearsปี earlierก่อน.
จากนั้นเธอก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อสี่ปีก่อนให้ผมฟัง
01:25
She said, "On the day before I startedเริ่มต้น universityมหาวิทยาลัย,
เธอบอกว่า "ในวันก่อนที่ฉันจะเริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
01:28
I was in the hotelโรงแรม roomห้อง with my momแม่ and my dadพ่อ, and
ตอนอยู่ในห้องโรงแรมกับคุณพ่อและคุณแม่ของฉัน และ
01:31
I was so scaredกลัว and so convincedมั่นใจ that I couldn'tไม่สามารถ do this,
ฉันรู้สึกกลัวมากและแน่ใจอย่างมาก ว่าฉันเรียนไม่ได้
01:33
that I wasn'tก็ไม่ได้ readyพร้อมแล้ว for universityมหาวิทยาลัย, that I just burstระเบิด into tearsน้ำตา.
ว่าฉันยังไม่พร้อมสำหรับมหาวิทยาลัย
จนกระทั่งฉันถึงกับร้องไห้โฮออกมา
01:36
And my momแม่ and my dadพ่อ were amazingน่าอัศจรรย์. They were like,
คุณพ่อคุณแม่ประหลาดใจ พวกเขาพูดประมาณว่า
01:39
'Look, we know you're scaredกลัว, but let's just go tomorrowวันพรุ่งนี้.
"พวกเรารู้ว่าลูกกลัว แต่พรุ่งนี้ลองไปดูก่อนนะ
01:40
Let's go to the first day, and if at any pointจุด
ลองไปวันแรกดู และถ้าเมื่อใดก็ตาม
01:43
you feel as if you can't do this, that's fine, just tell us,
ลูกรู้สึกเหมือนว่าลูกไม่สามารถทำได้ ก็ไม่เป็นไร
แค่บอกเราก็พอ
01:45
we will take you home. We love you no matterเรื่อง what.'"
เราจะพาลูกกลับบ้าน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เราก็รักลูก"
01:48
And she saysกล่าวว่า, "So I wentไป the nextต่อไป day
และเธอบอกว่า "ดังนั้น วันต่อมาฉันจึงไป
01:50
and I was standingจุดยืน in lineเส้น gettingได้รับ readyพร้อมแล้ว for registrationการลงทะเบียน,
ฉันกำลังยืนเข้าแถว พร้อมที่จะลงทะเบียน
01:51
and I lookedมอง around and I just knewรู้ว่า I couldn'tไม่สามารถ do it.
แล้วฉันก็มองไปรอบๆ และฉันรู้เพียงแค่ว่า ฉันทำไม่ได้
01:54
I knewรู้ว่า I wasn'tก็ไม่ได้ readyพร้อมแล้ว. I knewรู้ว่า I had to quitเลิก."
ฉันรู้ว่าฉันยังไม่พร้อม ฉันรู้ว่า ฉันต้องล้มเลิก"
01:56
And she saysกล่าวว่า, "I madeทำ that decisionการตัดสิน, and as soonในไม่ช้า as I madeทำ it,
เธอบอกอีกว่า "ฉันได้ตัดสินใจอย่างนั้นแล้ว
และทันทีที่ได้ตัดสินใจ
01:58
there was this incredibleเหลือเชื่อ feelingความรู้สึก of peaceความสงบ that cameมา over me.
ก็มีความรู้สึกสงบสุขอย่างไม่น่าเชื่อนี้ เข้ามาแทน
02:00
And I turnedหัน to my momแม่ and my dadพ่อ to tell them
ฉันหันกลับไปหาคุณพ่อและคุณแม่
เพื่อจะบอกท่าน
02:02
that we neededจำเป็น to go home, and just at that momentขณะ,
ว่าเราต้องกลับบ้านกันแล้วละ และในตอนนั้นเอง
02:04
you cameมา out of the Studentนักเรียน Unionสหภาพ buildingอาคาร
คุณก็เดินออกมาจากตึกสโมสรนักศึกษา
02:06
wearingการสวมใส่ the stupidestโง่ hatหมวก I have ever seenเห็น in my life." (Laughterเสียงหัวเราะ)
ใส่หมวกที่ดูทึ่มที่สุด
เท่าที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิตเลย" (เสียงหัวเราะ)
02:08
"It was awesomeน่ากลัว.
"มันสุดยอดมาก
02:12
And you had a bigใหญ่ signสัญญาณ promotingการส่งเสริม ShineramaShinerama,
และคุณถือป้ายแผ่นใหญ่ สนับสนุนกลุ่มไชเนอรามา (Shinerama)
02:13
whichที่ is Studentsนักเรียน Fightingศึก Cysticเปาะ Fibrosisพังผืด,"
ซึ่งก็คือ กลุ่มนักเรียนที่ต่อสู้กับโรคซีสติกไฟโบรซีส (Cystic Fibrosis)"
02:15
— a charityการกุศล I've workedทำงาน with for yearsปี
งานการกุศลที่ผมทำงานอยู่ด้วย มาหลายปี
02:17
"and you had a bucketfulเต็มถังหนึ่ง of lollipopsอมยิ้ม.
"และคุณก็ถือถังที่เต็มไปด้วยลูกอมยิ้ม
02:18
And you were walkingที่เดิน alongตาม and you were handingมอบหมาย the lollipopsอมยิ้ม out
ขณะที่คุณเดินมาเรื่อยๆ และแจกอมยิ้มนั้น
02:20
to people in lineเส้น and talkingการพูด about ShineramaShinerama.
ให้กับคนที่อยู่ในแถว และเล่าเรื่องราว
เกี่ยวกับของไชเนอรามา
02:22
And all of a suddenฉับพลัน, you got to me, and you just stoppedหยุด,
และทันใดนั้น คุณมาถึงฉัน และคุณก็หยุดเดิน
02:25
and you staredจ้อง. It was creepyน่าขนลุก." (Laughterเสียงหัวเราะ)
และคุณก็มองจ้องมา มันน่าขนลุกนะ" (เสียงหัวเราะ)
02:28
This girlสาว right here knowsรู้ exactlyอย่างแน่นอน what I'm talkingการพูด about. (Laughterเสียงหัวเราะ)
หนูคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ รู้แน่ๆเลย
ว่าผมกำลังพูดเรื่องอะไร (เสียงหัวเราะ)
02:32
"And then you lookedมอง at the guy nextต่อไป to me,
"แล้วคุณก็มองมาที่ผู้ชายถัดจากฉันไป
02:35
and you smiledยิ้ม, and you reachedถึง in your bucketถัง, and you pulledดึง
แล้วคุณก็ยิ้ม คุณล้วงมือเข้าไปในถัง แล้วก็ดึงเอา
02:37
out a lollipopขนมที่ติดกับปลายไม้, and you heldที่จัดขึ้น it out to him, and you said,
อมยิ้มแท่งหนึ่งออกมา แล้วคุณก็ยื่นให้กับเขา
และพูดว่า
02:38
'You need to give a lollipopขนมที่ติดกับปลายไม้ to the beautifulสวย womanหญิง standingจุดยืน nextต่อไป to you.'"
'คุณต้องให้อมยิ้มกับสาวสวยคนที่ยืนข้างๆคุณนะ' "
02:41
And she said, "I have never seenเห็น anyoneใคร ๆ get more embarrassedอึดอัดใจ fasterได้เร็วขึ้น in my life.
แล้วเธอบอกว่า "ฉันไม่เคยเห็นใครที่รู้สึกเขินอาย
ได้ง่ายมากกว่านั้นมาก่อน ในชีวิตฉัน"
02:44
He turnedหัน beetผักชนิดหนึ่ง redสีแดง, and he wouldn'tจะไม่ even look at me.
หน้าเขากลายเป็นสีแดงบีทรูท
และเขาไม่มองมาที่ฉันเลย แม้แต่น้อย
02:49
He just kindชนิด of heldที่จัดขึ้น the lollipopขนมที่ติดกับปลายไม้ out like this." (Laughterเสียงหัวเราะ)
เขาแค่ยื่นอมยิ้มให้แบบนี้" (เสียงหัวเราะ)
02:50
"And I feltรู้สึกว่า so badไม่ดี for this dudeเพื่อน that I tookเอา the lollipopขนมที่ติดกับปลายไม้,
"และฉันรู้สึกสงสารผู้ชายคนนี้มาก จนต้องรับอมยิ้มมา
02:54
and as soonในไม่ช้า as I did, you got this incrediblyเหลือเชื่อ severeรุนแรง look
และเมื่อฉันรับอมยิ้มมา คุณก็มีสีหน้าเคร่งขรึมอย่างไม่น่าเชื่อ
02:57
on your faceใบหน้า and you lookedมอง at my momแม่ and my dadพ่อ,
และคุณก็มองไปที่คุณพ่อกับคุณแม่ของฉัน
02:59
and you said, 'Look'ดู at that. Look at that.
แล้วคุณก็พูดว่า 'ดูสิ ดูสิ
03:01
First day away from home, and alreadyแล้ว she's takingการ candyลูกอม
วันแรกที่ออกมาจากบ้าน เธอก็ยอมรับลูกอมยิ้ม
03:03
from a strangerคนแปลกหน้า?!'" (Laughterเสียงหัวเราะ)
จากคนแปลกหน้าแล้วเนี่ยนะ?! (หัวเราะ)
03:06
And she said, "Everybodyทุกคน lostสูญหาย it. Twentyยี่สิบ feetฟุต in everyทุกๆ
และเธอบอกว่า "แล้วทุกคนก็หยุดไม่ได้ ห่างออกไปยี่สิบฟุตในทุกทิศทุกทาง
03:09
directionทิศทาง, everyoneทุกคน startedเริ่มต้น to howlเห่าหอน.
ทุกๆคนเริ่มหัวเราะเสียงดัง
03:12
And I know this is cheesyวิเศษ, and I don't know why I'm tellingบอก you this,
ฉันรู้ว่ามันฟังดูไม่เข้าท่า แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม
ฉันถึงเล่าให้คุณฟังเรื่องนี้
03:14
but in that momentขณะ when everyoneทุกคน was laughingที่หัวเราะ,
แต่ในชั่วขณะนั้นเอง ตอนที่ทุกคนกำลังหัวเราะ
03:16
I knewรู้ว่า that I shouldn'tไม่ควร quitเลิก.
ฉันก็รู้ว่า ฉันไม่ควรที่จะล้มเลิกการเข้าเรียน
03:18
I knewรู้ว่า that I was where I was supposedควร to be,
ฉันรู้ว่า ฉันอยู่ในที่ๆฉันควรจะอยู่
03:20
and I knewรู้ว่า that I was home, and I haven'tยังไม่ได้ spokenพูด to you
และฉันรู้ว่า ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน
แต่ฉันก็ยังไม่เคยพูดกับคุณ
03:22
onceครั้งหนึ่ง in the fourสี่ yearsปี sinceตั้งแต่ that day,
สักครั้งในรอบสี่ปี หลังจากวันนั้น
03:24
but I heardได้ยิน that you were leavingการออกจาก,
แต่ฉันได้ยินมาว่า คุณกำลังจะจากไป
03:26
and I had to come up and tell you that you've been
ฉันเลยต้องมาและบอกคุณว่า คุณนั้นเป็น
03:28
an incrediblyเหลือเชื่อ importantสำคัญ personคน in my life, and I'm going to missนางสาว you. Good luckโชค."
คนที่สำคัญอย่างเหลือเชื่อในชีวิตของฉัน
และฉันจะคิดถึงคุณ ขอให้โชคดีนะคะ"
03:30
And she walksเดิน away, and I'm flattenedบี้.
แล้วเธอก็เดินจากไป และผมก็ถูกลูกยอ
03:34
And she getsได้รับ about sixหก feetฟุต away, she turnsผลัดกัน around and smilesรอยยิ้ม, and goesไป,
พอเธอเดินห่างไปประมาณหกฟุต
เธอก็หันกลับมา ยิ้ม แล้วก็บอกว่า
03:36
"You should probablyอาจ know this, too.
"คุณก็น่าจะรู้เรื่องนี้ด้วยนะ
03:39
I'm still datingการนัดหมาย that guy fourสี่ yearsปี laterต่อมา." (Laughterเสียงหัวเราะ)
ฉันยังคงนัดเที่ยวกับผู้ชายคนนั้น
สีปีหลังจากนั้น" (เสียงหัวเราะ)
03:40
A yearปี and a halfครึ่ง after I movedย้าย to Torontoโตรอนโต,
หนึ่งปีครึ่งหลังจากผมย้ายมาที่โตรอนโต้
03:44
I got an invitationคำเชิญ to theirของพวกเขา weddingงานแต่งงาน.
ผมได้รับเชิญไปงานแต่งงานของพวกเขา
03:47
Here'sต่อไปนี้คือ the kickerเดี่ยว. I don't rememberจำ that.
และที่คาดไม่ถึงและน่าประหลาดใจก็คือ
ผมจำเรื่องนี้ไม่ได้เลย
03:50
I have no recollectionจำได้ of that momentขณะ,
ผมไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับช่วงเวลานั้นเลย
03:52
and I've searchedสืบค้น my memoryหน่วยความจำ banksธนาคาร, because that is funnyตลก
และผมได้ค้นหาในคลังความจำของผม
เพราะว่ามันตลกนะ
03:54
and I should rememberจำ doing it, and I don't rememberจำ it.
ผมควรจะจำได้ว่าผมได้ทำ แต่ผมกลับจำไม่ได้
03:56
And that was suchอย่างเช่น an eye-openingเปิดตา, transformativeกระแส momentขณะ
และนั่น เป็นช่วงเวลา ของการเปิดหูเปิดตา
และการเปลี่ยนแปลง
03:59
for me to think that maybe the biggestที่ใหญ่ที่สุด impactส่งผลกระทบ I'd ever had
สำหรับผมที่คิดได้ว่า นั่นอาจเป็นผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เท่าที่ผมเคยทำ
04:01
on anyone'sทุกคน life, a momentขณะ that had a womanหญิง walkเดิน up
ให้กับชีวิตของใครคนหนึ่ง
ช่วงเวลาที่ ผู้หญิงคนหนึ่ง เดินเข้ามา
04:04
to a strangerคนแปลกหน้า fourสี่ yearsปี laterต่อมา and say,
หาคนแปลกหน้าเมื่อสี่ปีให้หลัง และพูดว่า
04:06
"You've been an incrediblyเหลือเชื่อ importantสำคัญ personคน in my life,"
"คุณเป็นคนที่สำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ ในชีวิตของฉัน"
04:08
was a momentขณะ that I didn't even rememberจำ.
เป็นช่วงเวลาที่ผมจำไม่ได้เลย
04:10
How manyจำนวนมาก of you guys have a lollipopขนมที่ติดกับปลายไม้ momentขณะ,
มีใครบ้างในที่นี้ เคยมีช่วงเวลา ลูกอมยิ้มบ้าง
04:12
a momentขณะ where someoneบางคน said something or did something
ช่วงเวลาที่ ใครบางคนพูดอะไรบางอย่าง
หรือทำอะไรบางอย่าง
04:14
that you feel fundamentallyลึกซึ้ง madeทำ your life better?
ที่คุณรู้สึกว่า โดยพื้นฐานแล้วมันทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น
04:16
All right. How manyจำนวนมาก of you have told that personคน they did it?
งั้น มีใครบ้างที่ได้บอกคนๆนั้นว่า เขาได้ทำอะไรไป?
04:18
See, why not? We celebrateฉลอง birthdaysวันเกิด,
เห็นไหม ทำไมถึงไม่บอกล่ะ? เราฉลองงานวันเกิด
04:23
where all you have to do is not dieตาย for 365 daysวัน — (Laughterเสียงหัวเราะ) —
ซึ่งพวกคุณต้องทำก็คือ การไม่ตายเป็นเวลา 365 วัน (เสียงหัวเราะ)
04:25
and yetยัง we let people who have madeทำ our livesชีวิต better
แต่เรากลับปล่อยให้คน ที่ทำให้ชีวิตพวกเราดีขึ้น
04:29
walkเดิน around withoutไม่มี knowingรู้ดี it.
เดินไปทั่ว โดยไม่ทราบเรื่องนั้นเลย
04:31
And everyทุกๆ singleเดียว one of you, everyทุกๆ singleเดียว one of you
และพวกคุณแต่ละคน พวกคุณแต่ละคน
04:33
has been the catalystตัวเร่ง for a lollipopขนมที่ติดกับปลายไม้ momentขณะ.
ได้เคยเป็นผู้ที่ทำให้เกิดช่วงเวลาลูกอมยิ้มขึ้นแล้ว
04:35
You have madeทำ someone'sใครบางคน life better by something
คุณได้ทำให้ชีวิตของบางคนดีขึ้น
04:37
that you said or that you did, and if you think you haven'tยังไม่ได้,
จากบางอย่างที่คุณได้พูดหรือได้ทำ
และถ้าคุณคิดว่าคุณไม่เคยทำ
04:38
think about all the handsมือ that didn't go back up when I askedถาม that questionคำถาม.
ลองคิดถึง มือทั้งหลายที่ไม่ได้ยกขึ้น
ตอนที่ผมถามคำถามนั้นสิ
04:41
You're just one of the people who hasn'tไม่ได้ been told.
คุณก็แค่เป็นคนหนึ่ง ในผู้ที่ไม่มีคนมาบอก
04:44
But it is so scaryน่ากลัว to think of ourselvesตัวเรา as that powerfulมีอำนาจ.
แต่ มันน่าตกใจที่จะคิดว่า ตัวเราเองนั้นมีอิทธิพล
04:45
It can be frighteningน่ากลัว to think that we can matterเรื่อง that much
มันอาจน่ากลัวที่จะคิดว่า
เรานั้นสำคัญมากขนาดนั้นต่อคนอื่น
04:48
to other people, because as long as we make leadershipความเป็นผู้นำ something biggerที่ใหญ่กว่า than us,
เพราะว่าตราบใดที่เราทำให้ความเป็นผู้นำ
เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าตัวเรา
04:50
as long as we keep leadershipความเป็นผู้นำ something beyondเกิน us,
ตราบใดที่เรา เอาความเป็นผู้นำไปห่างไกลจากเรา
04:54
as long as we make it about changingเปลี่ยนแปลง the worldโลก,
ตราบใดที่เรา ทำให้มันเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโลก
04:56
we give ourselvesตัวเรา an excuseขอโทษ not to expectคาดหวัง it
เราหาข้อแก้ตัวสำหรับตัวเอง
เพื่อที่จะไม่ต้องคาดหวังมัน
04:57
everyทุกๆ day from ourselvesตัวเรา and from eachแต่ละ other.
ในทุกๆวัน จากตัวเราเอง และจากคนอื่นๆ
04:59
MarianneMarianne Williamsonวิลเลียมสัน said, "Our greatestใหญ่ที่สุด fearกลัว is not that we are inadequateไม่เพียงพอ.
มาริแอน วิลเลียมสัน พูดว่า "ความกลัวที่สุดของเรานั้น
ไม่ใช่กลัวว่าเราไม่ดีพอ
05:02
Our greatestใหญ่ที่สุด fearกลัว is that we are powerfulมีอำนาจ beyondเกิน measureวัด.
ความกลัวที่สุดของเรา คือ
กลัวว่าเรามีอำนาจเกินกว่าที่จะประมาณได้
05:05
It is our lightเบา, and not our darknessความมืด, that frightensกลัว us."
ด้านสว่างของเราต่างหาก ไม่ใช่ด้านมืดของเรา
ที่ทำให้เราหวาดกลัว"
05:07
And my call to actionการกระทำ todayในวันนี้ is that we need to get over that.
และเสียงเรียกร้องของผม ให้ทำในวันนี้ ก็คือ
พวกเราจำต้องข้ามสิ่งเหล่านั้นไป
05:10
We need to get over our fearกลัว of how extraordinarilyพิเศษ
เราต้องข้ามผ่านความกลัวเกี่ยวกับ
อิทธิพลที่มีมากเป็นพิเศษ
05:13
powerfulมีอำนาจ we can be in eachแต่ละ other'sอื่น ๆ livesชีวิต.
ที่เราสามารถมีได้ กับชีวิตของกันและกัน
05:15
We need to get over it so we can moveย้าย beyondเกิน it, and our
เราจำต้องข้ามผ่านมันไป
เราจึงจะสามารถก้าวพ้นมันไป แล้ว
05:16
little brothersพี่น้อง and our little sistersพี่สาวน้องสาว, and one day our kidsเด็ก --
น้องชายและน้องสาวตัวน้อยของพวกเรา
และในวันหนึ่งข้างหน้า ลูกๆของเรา
05:19
or our kidsเด็ก right now -- can watch and startเริ่มต้น to valueความคุ้มค่า
หรือลูกๆของเราในขณะนี้ -- สามารถที่จะเฝ้าดู
และเริ่มเห็นคุณค่า
05:22
the impactส่งผลกระทบ we can have on eachแต่ละ other'sอื่น ๆ livesชีวิต
ของผลกระทบ ที่เราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้
ในชีวิตของกันและกัน
05:24
more than moneyเงิน and powerอำนาจ and titlesชื่อ and influenceมีอิทธิพล.
มากยิ่งกว่าเงินและอำนาจ
และยศฐาบรรดาศักด์และอิทธิพล
05:26
We need to redefineredefine leadershipความเป็นผู้นำ as beingกำลัง about lollipopขนมที่ติดกับปลายไม้ momentsช่วงเวลา,
เราต้องนิยามคำว่า ความเป็นผู้นำ
เสียใหม่ว่า เกี่ยวกับช่วงเวลาของลูกอมยิ้ม
05:29
how manyจำนวนมาก of them we createสร้าง, how manyจำนวนมาก of them we acknowledgeรับทราบ,
เราสร้างมันขึ้นมากี่ครั้ง
เรายอมรับว่ามันเกิดขึ้นจริงกี่ครั้ง
05:32
how manyจำนวนมาก of them we payจ่ายเงิน forwardข้างหน้า, and how manyจำนวนมาก of them we say thank you for.
เราจ่ายไปเพื่อให้ได้มันมากี่ครั้ง
และเรากล่าวคำขอบคุณไปกี่ครั้ง
05:35
Because we'veเราได้ madeทำ leadershipความเป็นผู้นำ about changingเปลี่ยนแปลง the worldโลก,
เพราะว่า เราได้ทำให้ความเป็นผู้นำ
ไปเป็นเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงโลก
05:38
and there is no worldโลก. There's only sixหก billionพันล้าน understandingsความเข้าใจ of it,
แต่มันไม่มีโลก มีแต่เพียงความเข้าใจในเรื่องนี้
ของคนหกพันล้านคน
05:41
and if you changeเปลี่ยนแปลง one person'sบุคคล understandingความเข้าใจ of it,
และถ้าคุณเปลี่ยนความเข้าใจของคนคนหนึ่ง ในเรื่องนี้
05:44
one person'sบุคคล understandingความเข้าใจ of what they're capableสามารถ of,
ความเข้าใจของคนๆหนึ่ง ในสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้
05:46
one person'sบุคคล understandingความเข้าใจ of how much people careการดูแล about them,
ความเข้าใจของคนๆหนึ่ง ว่าคนห่วงใยเขาอยู่มากเท่าใด
05:48
one person'sบุคคล understandingความเข้าใจ of how powerfulมีอำนาจ an agentตัวแทน
ความเข้าใจของคนๆหนึ่งว่า
เขาเป็นผู้กระทำที่ทรงพลัง ได้มากแค่ไหน
05:50
for changeเปลี่ยนแปลง they can be in this worldโลก, you've changedการเปลี่ยนแปลง the wholeทั้งหมด thing.
ต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกนี้
เมื่อนั้นคุณได้เปลี่ยนแปลงสิ่งทั้งมวล
05:53
And if we can understandเข้าใจ leadershipความเป็นผู้นำ like that,
และถ้าเราเข้าใจความเป็นผู้นำ
ในลักษณะที่ว่านั้น
05:56
I think if we can redefineredefine leadershipความเป็นผู้นำ like that,
ผมคิดว่า ถ้าเราสามารถนิยาม ความเป็นผู้นำ
ขึ้นมาใหม่ ในลักษณะที่ว่านั้น
05:59
I think we can changeเปลี่ยนแปลง everything.
ผมคิดว่า พวกเราสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างได้
06:01
And it's a simpleง่าย ideaความคิด, but I don't think it's a smallเล็ก one,
และนั่นเป็นแนวคิดง่ายๆ
แต่ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก
06:03
and I want to thank you all so much for lettingการปล่อย me shareหุ้น it with you todayในวันนี้.
และผมอยากจะขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมาก
ที่ให้ผมมาแบ่งปันเรื่องนี้กับท่านในวันนี้ครับ
06:06
Translated by Pattaramas Jantasin
Reviewed by yamela areesamarn

▲Back to top

About the speaker:

Drew Dudley - Leadership educator
Drew Dudley believes leadership is not a characteristic reserved for the extraordinary. He works to help people discover the leader within themselves.

Why you should listen

Drew Dudley’s interest in developing people’s leadership began when he was the Leadership Development coordinator at the University of Toronto, Scarborough. In 2010 he founded Nuance Leadership Development Services, a company that creates leadership curricula for communities, organizations and individuals -- a subject on which he also speaks widely.

More profile about the speaker
Drew Dudley | Speaker | TED.com